
หมอหนุนจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน
หมอรวมตัวสนับสนุนระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงานหยุดงานสงกรานต์รพ.จังหวัดทั่วประเทศรับมือเต็มที่
หมอรวมตัวสนับสนุนระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงานหยุดงานสงกรานต์รพ.จังหวัดทั่วประเทศรับมือเต็มที่
พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย (สพศท.) พร้อมด้วย นพ.สุทัศน์ ศรีวิไล ประธานชมรมโรงพยาบาลโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป พร้อมด้วยสมาชิกกว่า 4,000 คน เดินทางมามอบดอกไม้ให้กำลังใจ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และนพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการออกระเบียบการเงินค่าตอบแทนตามภาระงาน หรือพีโฟว์พี (Pay for Performance)
นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า ต้องขอบคุณที่มาแสดงน้ำใจสนับสนุนการทำงานเพราะเห็นถึงคุณค่าของการทำงานอย่างแท้จริง ไม่ใช่การสนับสนุนที่ตัวบุคคล ยืนยันว่าจะยืนหยัดทำงานต่อไปโดยอาศัยกำลังใจที่ได้รับมาแปรเป็นผลงานที่เป็นประโยชน์สู่ประชาชน
ทั้งนี้ขอยืนยันว่า สธ. ไม่ได้ยกเลิกค่าตอบแทนเพียงแต่เป็นวิธีการปรับเปลี่ยนวิธีจ่ายเท่านั้น ส่วนเรื่องที่จะชี้แจงต่อ ครม.นั้นคงต้องชี้แจงตามรายละเอียดเดิมว่าการปรับเปลี่ยนการจ่ายค่าตอบแทนในครั้งนี้ ทำเพื่อสร้างความมั่นคงและความชัดเจนในการจ่ายมากขึ้น และยืนยันว่าเงินเดิมไม่ลดน้อยลง
ส่วนการชุมนุมประท้วงตนไม่ห่วง แต่กังวลในเรื่องของการแสดงออก อยากให้แสดงออกอย่างถูกต้องเหมาะสมกับปัญหา ซึ่งหากว่ามีการแสดงออกที่รุนแรงจะทำให้ภาพพจน์ของวิชาชีพ เสื่อมถ้อยลงในสายตาของสาธารณชน จึงขอฝากไปถึงคนที่จะมาชุมนุมด้วยว่าขอให้ทำอย่างเหมาะสม เพราะการแสดงออกทุกอย่าง จะสะท้อนถึงความคิดและจุดประสงค์ในการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการอะไร คิดว่าถ้ามีการมาพูดคุยทำความเข้าใจกันก็ไม่น่ายืดเยื้อ แต่ถ้าไม่ยอมเข้ามาพูดคุยกันปัญหามันก็ไม่จบ ที่ผ่านมาก็พยายามเชิญเข้ามาพูดคุยกันตลอด
ต่อข้อถามถึงกรณีที่จะมีการหยุดงานช่วงสงกรานต์ นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า สงกรานต์ รพ.ปิดอยู่แล้ว เปิดแต่ห้องฉุกเฉิน คนไข้ในก็มีเวรประจำอยู่แล้ว เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะครูบาอาจารย์สอนเรามาว่าไม่ให้เอาคนไข้เป็นตัวประกัน เชื่อว่าคงไม่มีการหยุดงานซีซั๊ว
ด้าน พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย (สพศท.)กล่าวว่า ที่มารวมตัวกันวันนี้เพราะคิดว่าถ้าปล่อยให้มีการประณาม ใส่ร้าย พูดจาบิดเบือนให้ รมว.สาธารณสุข และ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งไม่มีความผิดอะไรเสียหาย ถ้าเรานั่งอยู่เฉยๆ ทั้ง 2 ท่านจะไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็ก ทั้งๆ ที่น้องๆ ทำไม่ถูกต้อง การออกมาชุมนุมขับไล่ รมว.สาธารณสุข ถือเป็นการทำเกินไป
พญ.ประชุมพร กล่าวต่อว่า อยากให้ รมว.สาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข รู้ว่าในหลักการปรับค่าตอบแทนจากวิธีการเหมาจ่ายมาเป็นจ่ายตามภาระงาน ช่วงแรกอาจจะขรุขระบ้าง แต่ถ้าเข้าที่แล้วจะกลายเป็นระบบที่ยุติธรรม เพราะเป็นการให้ค่าตอบแทนงานส่วนที่เกินเงินเดือน เพราฉะนั้นต้องช่วยกันทำให้เข้าที่ ซึ่ง รพ.จังหวัดทุกแห่งพร้อมที่จะปรับตัวแล้ว แต่ในระยะ 6 เดือนแรกจะเป็นช่วงการทดลองระบบวิธีไหนเที่ยงตรงที่สุด ทะเลาะกันน้อยที่สุด ตรวจสอบง่ายที่สุด ซึ่งที่ผ่านมามีหลาย รพ.ที่นำระบบดังกล่าวมาใช้และก็ได้ผลดี เช่น รพ.พาน จ.เชียงราย รพ.มะการักษ์ จ.กาญจนบุรี พบว่าช่วยเกลี่ยงานกัน ไม่แบ่งไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้บรรยากาศการทำงานดีขึ้นเพราะไม่กินแรงกัน
“การตัดเงินครึ่งหนึ่งนั้นก็ไม่ได้ไปไหน แต่เอามารวมเป็นกองทุนของโรงพยาบาลนั้น และเอามาจ่ายเป็นค่าตอบแทนพีโฟว์พีให้กับน้องๆ หมอเด็กๆ 3 ปีแรกได้เดือนละหมื่น คนแก่ๆ ไม่ทำอะไรได้ 5 หมื่น ก็เอาครึ่งหนึ่งของคนที่ได้เยอะๆ มาเกลี่ยให้คนอื่นไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล ทันตแพทย์ ก็ได้ถ้วนหน้ากัน”พญ.ประชุมพร กล่าว







