posttoday
ปชป.ทุ่มสุดตัว โชว์ถล่มกู้ 2 ล้านล้าน

ปชป.ทุ่มสุดตัว โชว์ถล่มกู้ 2 ล้านล้าน

25 มีนาคม 2556

อุณหภูมิการเมืองเริ่มไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากกฎหมายร้อนที่จ่อคิวเข้าสู่การพิจารณาของสภาตั้งแต่สัปดาห์นี้แน่นไปจนถึงช่วงปิดสมัยประชุมกลางเดือน เม.ย.

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

อุณหภูมิการเมืองเริ่มไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากกฎหมายร้อนที่จ่อคิวเข้าสู่การพิจารณาของสภาตั้งแต่สัปดาห์นี้แน่นไปจนถึงช่วงปิดสมัยประชุมกลางเดือน เม.ย.

เริ่มตั้งแต่ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เรียกประชุมสภานัดพิเศษระหว่างวันที่ 2829 มี.ค.นี้

พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ถือเป็นเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลเพื่อไทยเวลานี้ เนื่องจากสภาพกระเป๋าแฟบในปัจจุบัน ทำให้โครงการประชานิยมที่เคยหาเสียงไว้ไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย

การได้งบประมาณก้อนมโหฬารมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลต่อไปถึงคะแนนเสียงในอนาคต โดยเฉพาะกับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่ความคืบหน้าแต่ละโครงการกำลังออกดอกออกผล

ทว่า หนทางสู่เป้าหมายไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเสียงคัดค้านต่อต้านจากหลายฝ่ายเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการเป็นห่วงว่าการกู้เงินก้อนใหญ่ครั้งนี้จะทำให้คนไทยต้องเป็นหนี้ไปอีก 50 ปี และสุ่มเสี่ยงภาวะหนี้สาธารณะทะลุเพดาน ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในสถานการณ์ไม่อาจไว้วางใจได้ ยังไม่รวมกับการรั่วไหลของงบประมาณ ชักเปอร์เซ็นต์

การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรจึงน่าจะดุเดือดตลอด 2 วัน เบื้องต้นจากการหารือระหว่างวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านได้ข้อสรุปร่วมกันว่าตีกรอบการอภิปรายไว้ที่ฝ่ายละ 12ชั่วโมงครึ่ง

เบื้องต้น “ประชาธิปัตย์” วางตัว กรณ์จาติกวณิช สรรเสริญ สมะลาภา อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ไว้เป็นขุนพลหลักในการอภิปราย ในขณะที่มี สส.แสดงความประสงค์จะอภิปราย 50 คน ที่จะต้องมีการเคาะกันอีกครั้งว่าจะให้เหลือคนอภิปรายกี่คนในประเด็นใดบ้าง

สำหรับเป้าใหญ่ที่ฝ่ายค้านจะชำแหละร่าง พ.ร.บ.ครั้งนี้ อยู่ที่ประเด็นแรก คือ ขาดรายละเอียดไม่มีความชัดเจน เพราะการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แต่กลับมีร่าง พ.ร.บ.แค่ 4 หน้า 2 หมวด รวม 19 มาตรา

จุดที่น่าเป็นห่วง คือ “บัญชีแนบท้าย” ที่ไม่ได้กำหนดรายละเอียดโครงการ ว่าจะก่อสร้างโครงการใด ที่ไหน เป็นเพียงการกำหนดเป็นยุทธศาสตร์แบบกว้างๆ 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า 2.ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และ 3.ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว

ส่วนเอกสารที่เป็นรายละเอียดประกอบนั้นไม่ได้ผูกพันอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ ทำให้ง่ายต่อการโยกย้ายงบประมาณ หรือสอดไส้รายละเอียดต่างๆ สุดท้ายก็จะกลายเป็น “เช็คเปล่า” ที่สภาจะให้การอนุมัติให้ไปดำเนินการโดยไร้การตรวจสอบในรายละเอียด ต่างจากกรณีที่บรรจุเข้าสู่ในร่างงบประมาณปกติ

แน่นอนฝ่ายค้านย่อมต้องหยิบยกประเด็นไปเปรียบเทียบกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ที่ขาดรายละเอียดคล้ายกันแต่อ้างเรื่องความเร่งด่วน แต่สุดท้ายเวลานี้กลับเบิกจ่ายจริงเพียงแค่ 6,000 ล้านบาทเท่านั้น ที่จะหมดอายุวันที่30 มิ.ย.

ประเด็นที่สอง เม็ดเงินที่จะกู้ใน 7 ปีนี้จะสูงถึง 2 ล้านล้านบาท มากกว่าที่เคยกู้เงินจากไอเอ็มเอฟถึง 4 เท่า นั่นย่อมสุ่มเสี่ยงต่อหนี้สาธารณะที่จะทะลุเพดาน 60% ต่อจีดีพี แม้ทางรัฐบาลจะยืนยันว่าไม่กระทบต่อเพดาน แต่ที่ฝ่ายค้านยังเป็นห่วง คือ เรื่องของ “สมมติฐาน” ที่นำมาใช้คำนวณ

เนื่องจากรายละเอียดของกระทรวงการคลังที่ระบุว่า เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศสูงขึ้นไม่เกิน 50% ของจีดีพี ภายใต้สมมติฐานว่า ใน 7 ปีประเทศไทยจะมีจีดีพีรวมอัตราเงินเฟ้อ 7.5% ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามนั้น

รวมทั้งสมมติฐานที่ว่า โครงการต่างๆ ของรัฐบาลจะไม่ขาดทุนมากไปกว่านี้ โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าวหลังจากปี 2556 ที่จะไม่มีการขาดทุนอีกต่อไป สวนทางกับที่ยังมีนักวิชาการเป็นห่วงว่าจะมีการขาดทุนต่อเนื่อง ซึ่งหากสมมติฐานเหล่านี้ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อเพดานหนี้สาธารณะ 60% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่ใช่แค่จะเปิดเกมรุกโจมตีการกู้เงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ฝ่ายค้านยังประเมินสถานการณ์ว่า ย่อมต้องถูกตีกลับด้วยปมปัญหาเรื่องเงินกู้ไทยเข้มแข็ง และเงินกู้มิยาซาวา ที่ทางฝ่ายค้านได้กำชับอดีต รมต.ของพรรคให้ส่งข้อมูลรายละเอียดให้วิปฝ่ายค้านเพื่อใช้เป็นข้อมูลตอบโต้เมื่อถูกพาดพิง

ที่สำคัญฝ่ายค้านยังเตรียมเสนอร่างกฎหมายประกบกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการดำเนินโครงการในโครงสร้างพื้นฐานคล้ายกับของรัฐบาล แต่แตกต่างกันตรงที่จะไม่ใช้วิธีการกู้เงินเหมือนรัฐบาล ส่วนจะใช้วิธีไหนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง

ประเด็นสุดท้าย เรื่องความโปร่งใสของการใช้งบประมาณ ซึ่งการออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงินครั้งนี้ ถือเป็นความตั้งใจที่หลบเลี่ยงการตรวจสอบตามระบบงบประมาณปกติ ซึ่งจะมีรายละเอียดชัดเจนว่าทำที่ไหน อย่างไร และสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ ต่างจากการออกเป็น พ.ร.บ.ครั้งนี้ ซึ่งประชาธิปัตย์ออกตัวว่าไม่ขัดข้องกับการลงทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน แต่ติดตรงที่วิธีการออกเป็น พ.ร.บกู้เงิน ซึ่งหากเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์จะใช้วิธีนำโครงการต่างๆ ไปบรรจุงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน

ในประเด็นความโปร่งใส ฝ่ายค้านยังเตรียมใช้ที่ประชุมสภาเป็นเวทีถล่มรัฐบาลในประเด็นเรื่องความรั่วไหลโครงการต่างๆ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วม น้ำแล้งอีกรอบ

งานนี้ถ้าประชาธิปัตย์โชว์ฟอร์มถล่มจนยิ่งลักษณ์น่วม แม้สุดท้าย พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จะจบลงด้วยการใช้เสียงข้างมากลงมติให้ผ่านไป แต่ประชาธิปัตย์จะได้คะแนนศรัทธาตุนไว้สู้กับรัฐบาลได้อีกหลายยก

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด