posttoday
เมื่อจีนยอมลงให้ แม่โขงก็ปิดฉากชื่นมื่น

เมื่อจีนยอมลงให้ แม่โขงก็ปิดฉากชื่นมื่น

06 เมษายน 2553

8...ทีมข่าวต่างประเทศ

ปิดฉากกันไปแล้วสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 พร้อมกับการรับรองปฏิญญาหัวหินว่าด้วยการดูแลลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเน้นที่การพัฒนาริมสองฝั่งโขงอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน

หากมองอย่างเป็นกลางแบบไม่เลือกสีแบ่งข้างใครแต่อย่างใดแล้ว งานนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการประชุมเชิงสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จครั้งหนึ่งเลยทีเดียว กับผลลัพธ์ที่ออกมาน่าพอใจในระดับหนึ่ง แม้จะยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าการประชุมแก้ปัญหาแม่น้ำโขงนั้นประสบความสำเร็จแล้ว เพราะมีเพียงคำสัญญาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ทว่าอย่างน้อยที่สุดก็ถือเป็นจุดเริ่มที่ดีในหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะ

1.การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมที่มีการตื่นตัวของสังคมในวงกว้าง โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีภาคประชาสังคมเข้มแข็งที่สุด และได้เป็นประเด็นขยายไปยังทั่วอุษาคเนย์ จนกระทั่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ 2 คือการยอมเข้าร่วมมีบทบาทของฝ่ายจีนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หลังจากที่ประเด็นสิ่งแวดล้อมเริ่มจะกลายเป็นประเด็นการเมืองขึ้นเรื่อยๆ

ภายใต้ปฏิญญาหัวหินนั้น มีหลักการสำคัญอยู่ 4 ข้อด้วยกัน คือ การพัฒนาลุ่มน้ำโดยใช้พื้นฐานการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ การแบ่งปันข้อมูลความรู้ การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการขยายความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือต่อไป ทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งนับเป็นการวางกรอบเป้าหมายในอนาคตถึงการใช้ลำน้ำโขงร่วมกัน โดยที่ต้องมีการปรึกษาหารือกันก่อนหากคิดจะดำเนินโครงการใหญ่ๆ ต่อไป โดยเฉพาะการสร้างเขื่อน

และที่สำคัญก็คือ ที่ประชุมครั้งนี้ยังได้รับสัญญาณที่ดีจากผู้แทนของจีน ซึ่งตกลงที่จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป็นระบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้ว่าทางจีนจะยังคงยืนกรานท่าทีปฏิเสธหนักแน่นทุกครั้งว่าเขื่อนจีนไม่ใช่ต้นเหตุทำให้แม่น้ำโขงแล้งก็ตาม

ไม่ว่าจะเป็นเพราะความกังวลที่เริ่มมีแรงต้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากความเคลือบแคลงในเรื่องเขื่อนจีน ท่ามกลางกระแสที่จีนกำลังถูกนานาชาติกดดันเรื่องค่าเงินและการค้าหรือไม่ก็ตาม จีนได้ตัดสินใจที่จะโอนอ่อนท่าทีให้กับมิตรประเทศในอุษาคเนย์มากขึ้น ด้วยการส่งนายสงเทา รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งแรกในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์

และสิ่งที่จีนตอบรับกลับมาในที่ประชุมก็คือ การตกลงที่จะให้ความร่วมมือกันต่อไปในอนาคต ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมเกี่ยวกับเขื่อนจีนและสถิติตัวเลขแม่น้ำโขงตอนบน เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อนำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการแม่น้ำโขงร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หากประเทศใดประเทศหนึ่งจะสร้างเขื่อนก็ต้องร่วมพูดคุยกันบนเวทีเอ็มอาร์ซี หรือคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงก่อน ซึ่งได้แสดงความจริงใจด้วยการย้ำถึงการยกเลิกการสร้างเขื่อนเมงสงแล้ว หลังผลการศึกษาคาดว่าอาจส่งผลกระทบต่อพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขง

ในส่วนของการประชุมทวิภาคีกับประเทศไทยนั้น นายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ก็ได้เปิดเผยถึงผลประชุมร่วมว่า จีนยืนยันที่จะร่วมมือเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และอาจมีการแลกเปลี่ยนการเยือนและศึกษาพื้นที่ระหว่างกัน

โดยหลักการแล้วต้องยอมรับว่าการประชุมครั้งนี้ มีการวางกรอบปฏิบัติที่ครอบคลุมขึ้น โดยเฉพาะการวางกรอบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกันในการใช้ลำน้ำโขง และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อลดความคลางแคลงใจลง

อย่างไรก็ดี ปัญหาที่ท้าทายสำคัญก็คือ การปฏิบัติใช้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะจากฝ่ายจีนหรือพม่า ซึ่งยังไม่ได้ร่วมเป็นสมาชิกเอ็มอาร์ซี ดังนั้นจึงไม่มีกฎข้อบังคับใดๆ หากจีนไม่ปฏิบัติตามคำมั่นที่ได้ให้ไว้ โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองโลกอาจอยู่ในภาวะที่จีนไร้เสียงคานสมดุลอำนาจยิ่งกว่าในปัจจุบัน

ขณะที่การพัฒนาอย่างสมดุลตามที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุไว้ ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อยเช่นกัน เมื่อทุกวันนี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศกำลังเป็นประเด็นหลักที่ทั่วโลกมุ่งให้ความสนใจ โดยมีประเด็นชุมชนและสิ่งแวดล้อมอยู่รองลงมา

เพราะทุกวันนี้ไม่ได้มีเพียงจีนเท่านั้นที่มีการก่อสร้างเขื่อนใหญ่รวมถึง 8 เขื่อน ซึ่งปัจจุบันแล้วเสร็จไป 4 แห่ง แต่ประเทศอื่นๆ ก็ล้วนมีการก่อสร้างเขื่อนหรือการพัฒนาเศรษฐกิจริมสองฝั่งโขงอย่างไม่หยุดยั้ง อาทิ ลาว มีแผนสร้างเขื่อนตามลำน้ำสาขา 7 แห่ง และสร้างร่วมกับไทย 2 แห่ง ขณะที่กัมพูชาก็มีแผนก่อสร้างเขื่อน 2 แห่งเช่นกัน

นอกจากนี้ ประเด็นที่ต้องจับตาก็คือความต่อเนื่องของความร่วมมืออย่างเป็นระบบ ไม่ให้กระแสการบริหารจัดการแม่น้ำโขงจางหายไปตามกาลเวลา และกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งก็ต่อเมื่อถึงวาระการประชุมผู้นำครั้งต่อไปในอีก 4 ปี

จุดเริ่มต้นที่ดีและมีเค้าเป็นรูปเป็นร่างที่ลงตัวของการผสมผสานระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมเช่นนี้ ต้องมีการติดตามและตรวจสอบอย่างให้ดี ว่าจะส่อเค้ารุ่งอย่างตอนเริ่ม หรือร่วงไม่เป็นท่าแค่ราคาคุย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท