posttoday
การเจรจาต่อรองแบบไทย กับก้าวย่างสู่ระดับเวิลด์คลาส (ตอนจบ)

การเจรจาต่อรองแบบไทย กับก้าวย่างสู่ระดับเวิลด์คลาส (ตอนจบ)

06 เมษายน 2553

....สุเทพ กล่ำทวี

หลักการประการที่สี่ของการเจรจาต่อรองเพื่อแก้ไขความขัดแย้งแบบมืออาชีพระดับโลก คือ การรู้จักเลือกสรรและกำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าร่วมโต๊ะเจรจากับฝ่ายตรงข้าม การเจรจาต่อรองแบบตัวต่อตัวหรือหนึ่งต่อหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเมืองผู้เจรจามักจะเป็นผู้นำประเทศระดับสูงสุด เช่น นายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดี หรือผู้นำสูงสุดของประเทศ

แต่ในกรณีที่การเจรจาต่อรองแบบเป็นทีม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คู่เจรจาต่อรองทั้งสองฝ่ายจะต้องเลือกสรรผู้เจรจาที่มีบทบาทสอดคล้องและสนับสนุนท่าทีและประเด็นในการเจรจาของทีม

โดยปกติแล้วทีมเจรจาที่กะทัดรัดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดมักจะประกอบไปด้วยสมาชิกอย่างน้อย 3 คน แบ่งออกเป็นหัวหน้าทีมเจรจา (Chief Negotiator) หนึ่งคน ผู้ช่วยหัวหน้าทีมเจรจาอีกหนึ่งคน จะทำหน้าที่สนับสนุนด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาและช่วยหัวหน้าทีมตัดสินใจในประเด็นต่างๆ ระหว่างการเจรจา และอีกหนึ่งคนสุดท้ายจะทำหน้าที่สังเกตการณ์และบันทึกข้อมูลรายละเอียดระหว่างการเจรจาบนโต๊ะเจรจา

โดยสรุปแล้วบุคคลที่จะมีบทบาทในการเจรจาหรือการพูดระหว่างการเจรจามากที่สุดจะได้แก่ หัวหน้าทีมการเจรจา รองลงมาได้แก่ ผู้ช่วยหัวหน้าทีม ส่วนผู้สังเกตการณ์และจดบันทึกการเจรจาไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เจรจาเสียเอง โดยทั้งหมดก่อนการเจรจาจะต้องมีการประชุมร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจในวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายเดียวกัน และจะต้องมีท่าทีหรือความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน ไม่ขัดแย้งไปคนละทิศคนละทาง

เมื่อย้อนกลับไปดูการจัดทีมเจรจาของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายทีมงานเสื้อแดง จะเห็นว่ายังขาดความลงตัวและความรอบคอบในการเตรียมตัว ฝ่ายรัฐบาลดูจะได้เปรียบมากกว่าเนื่องจากตัวหัวหน้าทีมเจรจา (นายกฯ อภิสิทธิ์) มีความเป็นอิสระและเอกเทศในการเจรจา รวมทั้งมีความเป็นผู้นำในการเจรจาได้อย่างเข้มแข็ง ขณะที่หัวหน้าทีมฝ่ายเสื้อแดง (คุณวีระ) ยังดูเหมือนจะขาดความชัดเจนและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเจรจา การแจกจ่ายประเด็นให้ทีมงานเจรจายังเป็นไปแบบไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน โดยปล่อยให้แต่ละคนในทีมตัวเองพูดอะไรก็ได้จนออกห่างจากการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเจรจา

การจัดทีมงานเจรจาที่ไม่ลงตัวจะเป็นอุปสรรคต่อการร่วมกันแสวงหาข้อยุติแห่งความขัดแย้ง ยิ่งถ้ามีการนำผู้เจรจาที่ไม่มีความยืดหยุ่นในจุดยืน หรือมีจิตใจที่คับแคบไม่เปิดกว้างยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นมาร่วมทีมเจรจาด้วยแล้ว โอกาสที่การเจรจาต่อรองจะล้มเหลวยิ่งมีความเป็นไปได้สูง

หลักการประการที่ห้าของการเจรจาต่อรองเพื่อแก้ไขความขัดแย้งแบบมืออาชีพระดับโลก ได้แก่ การต้องรู้จักมีความอดทนต่อความเห็นต่าง (Patience with Differences) และอดทนต่อการร่วมมือและช่วยกันแสวงหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน (MutuallySatisfied and Best Solution) การเจรจาต่อรองในกรณีที่ความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วและกำลังดำเนินอยู่มักจำเป็นอย่างยิ่งที่คู่เจรจาต่อรองจะต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างสูงต่อการช่วยกันแสวงหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน เนื่องจากความใจร้อนหรือการตั้งกรอบระยะเวลาที่เป็นการตายตัวจนเกินไปจะทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความลำบากและจะไม่สามารถหาทางออกที่ดีที่สุดได้

ยิ่งกรณีความขัดแย้งที่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเป็นจำนวนมหาศาล การหาทางออกเพื่อยุติความขัดแย้งยิ่งเป็นเรื่องที่จะต้องอาศัยเวลาและความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนความอดทนที่สูงมากกว่าปกติ

หลักการประการที่หก ได้แก่ ถ้าการเจรจาต่อรองแบบสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อยุติแห่งความขัดแย้งหรือไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นที่พึงพอใจร่วมกันได้ การใช้บุคคลหรือองค์กรที่สามที่มีความเป็นกลาง (Neutral Third Person or Party) เข้ามาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย (Mediator) และเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้คู่เจรจาสามารถเจรจากันได้ในกรอบกติกาที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติ ก็ยังคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแห่งการแสวงหาข้อยุติแห่งความขัดแย้ง

กรณีใช้บุคคลที่สาม คู่เจรจาจะต้องมีความใจกว้างเป็นพิเศษและยอมรับความเป็นกลางของคนกลางที่จะเข้ามา ส่วนคนกลางที่จะเข้ามาไกล่เกลี่ยจะต้องไม่ใช่เป็นบุคคลที่เข้ามากำหนดทางออกหรือเป็นผู้ชี้นำการตัดสินใจเพื่อหาทางออก อำนาจการตัดสินใจเพื่อหาทางออกจะยังคงอยู่กับคู่เจรจา คนกลางจะเข้ามาเพียงเพื่อช่วยดูแลกรอบการเจรจาให้เป็นไปด้วยความสะดวกราบรื่นและช่วยเตือนให้คู่เจรจาช่วยกันหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกันเพื่อเป้าหมายสูงสุดแห่งสันติภาพและความสงบเรียบร้อย รวมทั้งช่วยลดการเสียเวลาระหว่างการเจรจาบนโต๊ะเจรจา

หลักการประการสุดท้าย ได้แก่ ระหว่างการเจรจาต่อรอง รัฐบาลจะต้องดำเนินมาตรการใดๆ ก็แล้วแต่ที่จะไม่ให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาได้รับผลกระทบในเชิงลบหรือเกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งจะต้องช่วยไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิ หน้าที่และเสรีภาพของสังคมและประชาชนทั่วไป การดูแลรักษากฎหมายและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเคร่งครัด เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลในโลกที่จะต้องกระทำเพื่อรักษาความสงบสุขและความเรียบร้อยให้แก่พลเมืองของแต่ละประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท