posttoday
อย่าลืมดูแลผลประโยชน์ของชาติบ้าง

อย่าลืมดูแลผลประโยชน์ของชาติบ้าง

06 เมษายน 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมคิดว่าช่วงนี้คนไทยมัวแต่ทะเลาะกัน จนลืมไปว่าความจริงยังมีปัญหาอีกหลายปัญหาที่คนไทยควรร่วมมือกันรักษาผลประโยชน์ของชาติ

เรื่องแรกที่นึกได้ คือ เรื่องที่อาจจะกระทบถึงอาชีพของคนไทยที่ทำอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. 2552 ออสเตรเลียได้ประกาศปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการนำเข้าแรงงานต่างชาติ โดยเพิ่มความเข้มงวดเรื่องการทดสอบภาษาอังกฤษไอแอลส์ (IELTS) จากเดิมที่กำหนดไว้ที่ระดับ 4.5 เป็นระดับ 5 ที่สำคัญคือ ยังบังคับใช้เงื่อนไขนี้กับพ่อครัว แม่ครัว (Chefs and Head) ซึ่งเดิมไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ต้องทดสอบภาษาอังกฤษ

เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะตอนนี้ใครไปเที่ยวต่างประเทศ จะพบเห็นร้านอาหารไทยอยู่ทุกหัวระแหง และได้รับความนิยมจากคนต่างชาติค่อนข้างมาก ว่าไปแล้วไม่จำเป็นต้องมีใครมาส่งเสริม ตอนนี้ภัตตาคารและร้านอาหารไทยก็เป็นครัวโลกไปเรียบร้อยแล้ว และส่วนใหญ่พอกิจการก้าวหน้าขึ้น เจ้าของร้านทำเองคนเดียวไม่ไหว ก็มักจะนำเข้าพ่อครัวแม่ครัวจากเมืองไทยไปทำอาหารให้ฝรั่งกิน

ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า ประเทศไทยมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดกับการออกวีซ่าให้คนไทยไปประกอบอาชีพเป็นพ่อครัวแม่ครัวในร้านอาหารไทยแค่ไหน แต่เท่าที่เคยไปกินอาหารในร้านอาหารหรือภัตตาคารไทยในโลกนี้ ก็ไม่เคยเข้าไปในครัว สั่งอาหารกับพ่อครัวแม่ครัว เลยไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อครัวแม่ครัวไทยในออสเตรเลียถึงจะต้องสอบผ่านไอแอลส์ระดับ 5 ถึงจะได้รับวีซ่าไปตำส้มตำ ผัดก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย ให้ฝรั่งกิน ความจริงถ้าฝรั่งออกระเบียบตั้งเกณฑ์เข้มงวดขนาดนี้กับพ่อครัวแม่ครัวตาดำๆ เราก็น่ากำหนดเงื่อนไขบ้างว่า ฝรั่งชาติเดียวกันนี้ถ้าจะเข้ามาประกอบอาชีพอะไรในเมืองไทย ก็ต้องสอบผ่านภาษาไทยอย่างน้อยระดับมัธยมต้นบ้าง ก็น่าจะยุติธรรมดี

เรื่องนี้อาจจะกระทบถึงตัวเลขแรงงานจากเมืองไทยที่เข้าไปประกอบอาชีพในออสเตรเลีย ซึ่งเผลอๆ ออกกฎเกณฑ์นี้มาเพื่อกีดกันแรงงานต่างด้าว เพราะชาวออสซีชักไม่มีงานทำ เนื่องจากเศรษฐกิจตกต่ำ เอาว่าเรื่องนี้ก็อาจจะกระทบถึงปัญหารายได้ของคนรากหญ้าในระยะยาวเหมือนกัน แต่ยังเป็นปัญหาที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง ผมเลยเก็บเอามาเล่าให้ฟัง เผื่อใครมีเวลาเข้าไปดูแลผลประโยชน์ของคนไทยบ้าง

เรื่องที่สอง จริงๆ เป็นเรื่องที่อาจไม่กระทบถึงคนส่วนใหญ่ และเป็นเรื่องที่นโยบายรัฐไม่ส่งเสริมอยู่แล้ว คือ เรื่องของบุหรี่ เลยทำให้ไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องอบายมุข เป็นพิษภัยต่อสุขภาพและพลานามัยของสาธารณชน

ความจริงเรื่องนี้ ถ้าประเทศไทยเป็นฝ่ายแพ้ จะส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสาธารณสุขของประเทศโดยตรง เพราะจะทำให้มีการนำเข้าบุหรี่ต่างประเทศบางยี่ห้อดังๆ เข้ามาขายในประเทศไทยได้เพิ่มมากขึ้น

จริงอยู่ครับว่า ไทยก็ผลิตบุหรี่จำหน่ายเองได้มานานแล้ว โดยโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ผูกขาด เพราะฉะนั้นถ้ามีการนำเข้าบุหรี่นอก คนที่จะได้รับผลกระทบเชิงธุรกิจ คือ คนขายบุหรี่ ที่จะขายได้น้อยลงซึ่งก็คือโรงงานยาสูบ และหลายคนมองว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่โรงงานยาสูบผลิตบุหรี่มานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถแข่งขันกับบุหรี่ต่างประเทศได้

พูดอย่างนั้นก็ได้ครับ ถ้าไม่คำนึงว่าบุหรี่ที่ผลิตโดยโรงงานยาสูบของไทย อย่างน้อยก็ใช้ใบยาสูบที่ผลิตในเมืองไทยเป็นส่วนผสมหลัก มีเกษตรกรที่ปลูกใบยาสูบเลี้ยงครอบครัวมานาน มีเกษตรกรที่ปลูกใบยาสูบจำนวนมาก มีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โรงบ่มใบยา ฯลฯ ก่อนที่จะส่งใบยาสูบไปขายให้โรงงานยาสูบ

นอกจากนั้น กำไรทั้งหมดของโรงงานยาสูบนั้น ก็เป็นรายได้ที่ต้องส่งให้รัฐตามกฎหมาย เพราะโรงงานยาสูบนั้นเป็นหน่วยงานราชการหน่วยหนึ่งในสังกัดกระทรวงการคลัง ว่าไปแล้วคือ ประชาชนเป็นเจ้าของ เพราะฉะนั้นถ้ามีการนำบุหรี่นอกเข้ามาจำหน่ายและทำให้บุหรี่ที่ผลิตในประเทศขายได้น้อยลง แล้วก็จะทำให้รายได้ที่นำส่งเข้ารัฐน้อยลงตามไปด้วย

ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการส่งเสริมหรือการลดการสูบบุหรี่นะครับ เพราะคนซื้อบุหรี่ในประเทศน้อยลง แต่หันไปสูบบุหรี่ต่างประเทศเพิ่มขึ้น อย่าเข้าใจผิดว่าถ้าปริมาณการจำหน่ายของโรงงานยาสูบลดลง หมายความว่า คนไทยสูบบุหรี่น้อยลง

ที่สำคัญ ผู้ผลิตบุหรี่ยักษ์ใหญ่ระดับโลก กลไกจากการเปิดตลาดการค้าเสรีไปผลิตบุหรี่ในบางประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อใช้เป็นฐานส่งบุหรี่เข้ามาจำหน่ายในประเทศ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ถ้าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำแบบเลือกปฏิบัติกับประเทศไทย ก็ย่อมไม่เป็นธรรมต่อการแข่งขันเชิงการค้า

ดังนั้น ไทยจึงได้ประเด็นราคาศุลกากรสินค้าบุหรี่นำเข้าจากประเทศฟิลิปปินส์ในอัตราปกติ และเรียกเก็บภาษีศุลกากรเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีกองทุนส่งเสริมสุขภาพ และเงินบำรุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ตามกฎหมาย โดยไม่ถือว่าบุหรี่ดังกล่าวเป็นบุหรี่ที่ผลิตในประเทศดังกล่าว ที่มีสิทธิได้รับลดหย่อนภาษีภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี เพราะพฤติกรรมมิได้เป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายตามปกติ แต่ส่อว่าเป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

เล่ามาตั้งนาน เรื่องนี้จึงเป็นที่มาที่ทำให้ฟิลิปปินส์ฟ้องไทยต่อองค์กรระงับข้อพิพาทของดับเบิลยูทีโอ ว่าไทยประเมินราคาศุลกากรสินค้าบุหรี่นำเข้าขัดกับข้อตกลงว่าด้วยการประเมินราคาศุลกากรของฝ่ายกำหนดราคาประเมินที่สูงเกินจริง ทำให้ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีนำเข้าที่สูงกว่าที่ควรจะเป็น

ก็ว่ากันไปครับ ภายในเดือน เม.ย.พ.ค.นี้ ก็คงทราบผลการพิจารณาขององค์กรระงับข้อพิพาท ดับเบิลยูทีโอ ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

ก็เหมือนเรื่องแรกครับ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ยังมีอีกเยอะครับ ว่างๆ จะเก็บมาเล่าให้ฟังอีก จะได้ไม่ลืมว่าเราควรรีบหาเวลากลับมาดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศนี้ ในฐานะที่ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันบ้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท