
แผนซื้อรถเมล์เอ็นจีวีสะดุด
ลากยาว 6 เดือนเหตุคลังก่อหนี้เต็มเพดาน 28มี.ค.เคาะเชื้อเพลิงก่อนเสนอครม
ลากยาว 6 เดือนเหตุคลังก่อหนี้เต็มเพดาน 28มี.ค.เคาะเชื้อเพลิงก่อนเสนอครม
จัดซื้อเมล์เอ็นจีวี-อี 85 ส่อลากยาว 6 เดือนถึงต้นปี 2557 เหตุปีนี้รัฐก่อหนี้เต็มเพดานไปแล้ว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 1.31 หมื่นล้านบาท อาจต้องลากยาวไปอีก 6 เดือน เพราะเงินที่ใช้ในโครงการจะเป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันฯ แต่วงเงินค้ำประกันตามแผนบริหารหนี้ปีงบ 2556 เต็มเพดานแล้ว
“การจัดซื้อรถเมล์ใหม่ ขสมก. จะใช้เงินกู้และชำระคืนเป็นงวดๆ ซึ่งโครงการนี้ไม่น่าจะบรรจุทันแผนการบริหารหนี้ปีงบ 2556 คงต้องรอบรรจุในแผนบริหารหนี้ปีงบ 2557 แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะการจัดซื้อจัดจ้างจนถึงการกู้เงินมาซื้อรถจริงต้องรอถึงปีหน้า และเพื่อความโปร่งใส เราจะร่วมมือภาคีต่อต้านคอร์รัปชันเพื่อให้เกิดความโปร่งใส” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ระบุว่า ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง จะเป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก. ในขั้นตอนสุดท้ายว่าจะใช้เชื้อเพลิงแบบใด ก่อนเสนอให้ที่ประชุม ครม.อนุมัติต่อไป
ทั้งนี้ เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเสนอให้รถเมล์ใหม่ใช้ระบบเชื้อเพลิง 2 ระบบ คือ เชื้อเพลิงเอ็นจีวีและเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ อี85 ผสมผสานกันไป ซึ่งทำให้ต้องมีการปรับปรุงเครื่องยนต์บ้างเล็กน้อย ส่วนข้อเสนอการใช้น้ำมันอีดี 95 อาจตัดออกไป เพราะเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวได้มีน้อยมาก ซึ่งการ ตัดสินใจเรื่องนี้จะทำอย่างรอบคอบ
นายชัชชาติ กล่าวว่า การจัดหารถเมล์เอ็นจีวีและแก๊สโซฮอล์ อี85 โดยส่วนตัวเห็นว่าน่าจะจัดซื้อเป็นรถเมล์ปรับอากาศทั้งหมด เพราะเห็นใจทั้งคนขับรถ กระเป๋ารถเมล์ และผู้โดยสารที่ต้องเจอกับอากาศที่ร้อน แต่เนื่องจากต้นทุนสูงทำให้ต้องเก็บค่าโดยสารแพง จึงต้องจัดซื้อรถเมล์ร้อนร่วมด้วย ขณะที่รถเมล์ร้อนส่วนใหญ่จะให้บริการแถบชานเมือง







