
โลกมึนๆ
ต้องยอมรับกันแล้วว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะดีก็ไม่ดี จะแย่ก็แย่ไม่สุด เป็นทิศทางที่จับภาพไม่ได้ชัดเจนนัก เกิดสภาวะแปลกๆ ขึ้นหลายอย่าง
ต้องยอมรับกันแล้วว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะดีก็ไม่ดี จะแย่ก็แย่ไม่สุด เป็นทิศทางที่จับภาพไม่ได้ชัดเจนนัก เกิดสภาวะแปลกๆ ขึ้นหลายอย่าง
ตลาดหุ้นวอลสตรีต โดยเฉพาะดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวทะยานขึ้นทำสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าติดต่อกันถึงกว่า 10 ครั้ง เหมือนกับเป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดทุนมีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจมากขึ้นกว่าเดิม
ส่วนท่าทีจากทางด้านธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ก็ยังคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการคิวอี และคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปที่ 00.25% แต่เฟดก็กลับปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีสหรัฐในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 2.32.8% และปีหน้าจะอยู่ที่ 2.93.4% เท่านั้น
เป็นการหั่นคาดการณ์จีดีพี ที่สวนทางกับทิศทางของตลาดทุนอย่างเห็นได้ชัดครับ
ส่วนที่ยุโรป นอกเหนือจากสถานการณ์ความวิตกกังวลจากอิตาลีที่ยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งได้ จนเกิดความวิตกกังวลกันว่าจะกระเทือนต่อแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ และรัดเข็มขัดของอิตาลีแล้วก็ยังมีปัญหาของไซปรัสที่ตามมาล่าสุด หลังจากที่รัฐสภาไซปรัสมีมติปฏิเสธความช่วยเหลือจากยูโรโซนไป
ไซปรัสมีขนาดเศรษฐกิจที่เล็ก แต่ก็ทำให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของยูโรโซนฮวบลงไปในทันที โดยเฉพาะความเชื่อมั่นต่อภาคธนาคารยูโรโซนที่ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบอย่างแรงจากวิกฤตไซปรัสครับ
ส่วนสถานการณ์ที่จีน การขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการของสีจิ้นผิง ก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจให้กับโลกมากนัก เพราะสีจิ้นผิงเน้นนโยบายการปราบปรามคอร์รัปชัน และการแก้ปัญหาในประเทศมากกว่า
และที่น่าผิดหวังก็คือ จีนไม่ได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ออกมารับขวัญประธานาธิบดีคนใหม่แต่อย่างใด มีแต่การออกมาตรการป้องกันภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศที่ถูกกระแส “เงินร้อน” จากต่างถิ่นเข้าโหมกระแสจนเสี่ยงจะเกิดภาวะฟองสบู่อีกรอบ
มาที่ญี่ปุ่น ที่นี่เน้นการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศ คือจะต้องปลดล็อกตัวเองจากวิกฤตเงินฝืดให้ได้ พร้อมกับเดินหน้ากดค่าเงินเยนของตัวเองเพื่อกระตุ้นรายได้ของเอกชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังทำให้โลกกลัวว่าจะเกิดสงครามค่าเงินขึ้นด้วยซ้ำ
พิจารณาบริบทแวดล้อมจากทั่วโลกแล้ว มีแต่ปัจจัยลบ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเสียส่วนใหญ่ สภาวะแบบนี้มีความผันผวนสูงจนน่ากลัวครับ







