
ฮือไล่พระเจ้าคณะตำบลพ้นวัด
ชาวเสริมงามลำปางชุมนุมขับไล่พระเจ้าคณะตำบลพ้นวัดบริหารเงินไม่โปร่งใส เจ้าตัวยันถูกใส่ร้ายพร้อมพิสุจน์ความบริสุทธิ์
ชาวเสริมงามลำปางชุมนุมขับไล่พระเจ้าคณะตำบลพ้นวัดบริหารเงินไม่โปร่งใส
ผู้นำชุมชนและชาวบ้านต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม จ.ลำปาง กว่า 500 คน นำโดย นายเสาร์แก้ว ใหม่กันทะ กำนันตำบลเสริมกลาง และนายอธิพงษ์ ไชยเมืองชื่น ผู้ใหญ่บ้านสบเสริม หมู่ 9 ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม ได้รวมตัวชุมนุมภายในวัดทุ่งต๋ำม.8 ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม เพื่อขับไล่ พระครูวิจารย์ รัตนกุล เจ้าอาวาสวัดทุ่งต๋ำและยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลเสริมกลาง เพื่อให้ย้ายออกจากวัด และสึกออกจากการเป็นพระสงฆ์ ภายใน 24 ชั่วโมง หลังคณะศรัทธาวัด และชาวบ้านในพื้นที่ เกิดความไม่เลื่อมใส และหมดศรัทธา
ทั้งนี้การชุมนุมครั้งนี้ นายเสาร์แก้ว และนายอธิพงษ์ ได้ขึ้นสับเปลี่ยนพูดขับไล่พระครูวิจารย์ ผ่านเครื่องขยายเสียง ก่อนที่ พระครูสมุวินัย พระเลขานุการ เจ้าคณะอำเภอเสริมงาม ได้เดินทางมาพบ เพื่อรับทราบปัญหา ก่อนที่กลุ่มชาวบ้าน จะได้ยื่นหนังสือร้องเรียน ถึงเจ้าคณะอำเภอเสริมงาม ว่า ให้ ปลดพระครู วิจารย์ รัตนกุล ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส และตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเสริมกลาง ออกอย่างเร่งด่วน รวมถึงให้ทำการสึกออกจากพระสงฆ์ ตามมติในที่ประชุมของชาวบ้าน
เนื่องจากเกิดความไม่โปร่งใส่ ในการบริหารเงินวัด และเรื่องชู้สาว ซึ่งก่อนที่ชาวบ้านจะทราบเรื่อง และออกมาขับไล่ครั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้มีจดหมายถูกตีพิมพ์ แล้วถูกแจกจ่ายในพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก ต่อพฤติกรรมของพระรูปนี้ ทำให้ชาวบ้านรับพฤติกรรมไม่ได้ จึงต้องออกมาชุมนุมขับไล่
อย่างไรก็ตาม พระครูสมุ วินัย พระเลขานุการ เจ้าคณะอำเภอเสริมงาม รับเรื่องดังกล่าวไว้ เพื่อจะได้เสนอต่อเจ้าคณะอำเภอเสริมงาม เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมา ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยที่กลุ่มชาวบ้าน ก็พอใจ และยอมสลายการชุมนุม โดยที่จะติดตามการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดในเรื่องนี้ หากไม่มีความคืบหน้า จะยกการชุมนุมไปร้องเรียนกับเจ้าคณะจังหวัดลำปาง ต่อไป
ด้านพระครูวิจารย์ กล่าวว่า จากการที่มีผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ออกมาขับไล่และกล่าวหาอาตมานั้น ในเรื่องดังกล่าวนั้น ถือว่าเป็นไม่เป็นความจริง ประกอบกับจดหมายที่ถูกตีพิมพ์ แล้วนำออกแจกจ่ายในพื้นที่นั้น ตนเองถูกกลั่นแกล้ง และไม่เป็นจริงเช่นกัน ตนเองถูกใส่ร้ายให้เกิดเสื่อมเสีย อย่างไรก็ตาม ตนยังยึดมั่นในความดี ที่เป็นพระสงฆ์มานานกว่า 30 ปี
นอกจากนี้พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการถูกตรวจสอบ และถูกสอบสวน จากคณะสงฆ์ เพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ แต่ตนเอง จะไม่ยอมจะสึกออกจากพระสงฆ์ หรือตำแหน่งเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบล เพราะตนเองถือว่ายังไม่ผิด ซึ่งจะทนให้กลุ่มชาวบ้านกล่าวโจมตีในเรื่องผิด และจะต่อสู้เรียกร้องเอาความบริสุทธิ์กลับคืนมา และจะต้อสู่ในเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด







