posttoday
การเปิดตลาดของ AEC

การเปิดตลาดของ AEC

20 มีนาคม 2556

ใครต่อใครก็เป็นห่วงหรือไม่ก็เตรียมพร้อมกับ AEC (ASEAN Economic Community) ที่จะมาถึงในปี พ.ศ. 2558 หรือปี ค.ศ. 2015 แต่ที่จริงบางส่วนของ AEC ได้มีการดำเนินการไปแล้ว เช่น การเปิดตลาดการค้าสินค้า ซึ่งเริ่มมาแต่ปี พ.ศ. 2535 ไม่นับช่วงของการเปิดตลาดสมัยที่เรียกว่าเป็น ASEAN PTA (ASEAN Preferential Trading Arrangement)

ใครต่อใครก็เป็นห่วงหรือไม่ก็เตรียมพร้อมกับ AEC (ASEAN Economic Community) ที่จะมาถึงในปี พ.ศ. 2558 หรือปี ค.ศ. 2015 แต่ที่จริงบางส่วนของ AEC ได้มีการดำเนินการไปแล้ว เช่น การเปิดตลาดการค้าสินค้า ซึ่งเริ่มมาแต่ปี พ.ศ. 2535 ไม่นับช่วงของการเปิดตลาดสมัยที่เรียกว่าเป็น ASEAN PTA (ASEAN Preferential Trading Arrangement)

ที่ผู้เขียนต้องชี้ให้ชัดว่าไม่รวม ASEAN PTA ก็เนื่องจากว่าพอพูดกันถึงปี พ.ศ. 2535 ก็ดูจะเป็นประวัติศาสตร์มาก เพราะย้อนหลังไปประมาณ 20 ปี แต่ที่จริงแล้วถ้าจะพูดถึง ASEAN PTA ก็จะต้องย้อนหลังเข้าไปยังประวัติศาสตร์ที่มากเสียยิ่งกว่า 20 ปี แต่ที่จำเป็นต้องพูดถึงปี พ.ศ. 2535 ก็ไม่ใช่เพราะว่าผู้เขียนเป็นรุ่นดึกดำบรรพ์ แต่เพราะการประชุมคณะมนตรีของ AFTA (ASEAN Free Trade Area) ที่ประชุมกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ได้ตกลงร่วมกันที่จะลดภาษีนำเข้าสินค้าลงเป็น 0% หรือไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าระหว่างกันเลยในปี พ.ศ. 2553 ก็คือก่อนที่จะเป็น AEC ถึง 5 ปี ยกเว้นสินค้าที่ประเทศสมาชิก AEC ถือว่าเป็นสินค้าอ่อนไหว (SL – Sensitive List) หรือบางสินค้าที่ใส่ไว้ในข้อยกเว้นทั่วไป (GE – General Exclusion) ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้จะต้องนำมาลดภาษีนำเข้าลงเช่นกันเมื่อถึงปี พ.ศ. 2558 หรือเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องเป็น AEC ไม่ใช่ว่าอยู่ใน GE แล้วจะลอยนวลอยู่ได้ตลอดไป

ถ้าจะดูสรุปเป้าหมายของ AFTA สำหรับประเทศอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ (CLMV – Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam) ก็จะได้เห็นภาพดังนี้

เป้าหมายการลดภาษีภายใต้ AFTA

อาเซียน 6 ประเทศ

ปี 2546 ปี 2550 ปี 2553 60% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมดใน IL มีอัตราภาษี 0% 80% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมดใน IL มีอัตราภาษี 0% รายการสินค้าทั้งหมดใน IL มีอัตราภาษี 0%

อาเซียนใหม่ 4 ประเทศ (CLMV) ให้พยายามลดภาษีลงเหลือ 05% ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในปี พ.ศ. 2546 สำหรับเวียดนาม

ปี พ.ศ. 2548 สำหรับลาวและพม่า

ปี พ.ศ. 2550 สำหรับกัมพูชา

CLMV มีเป้าหมายลดภาษีสินค้าทั้งหมดเป็น 0% ภายในวันที่ 1 ม.ค. 2558

ผู้เขียนคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในวงการก็คงจะทราบดีว่าการเปิดตลาดการค้าสินค้าตาม AEC นั้นได้ดำเนินไปแล้ว และแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ก็จะมีสินค้ากว่า 7,000–8,000 รายการ ที่มีการลดภาษีนำเข้าลงเป็นขั้นเป็นตอนจนเหลือ 5% ถึงไม่เก็บเลยไปแล้ว

แต่ก็คงจะมีผู้อ่านอีกหลายท่านที่อาจจะยังไม่ทราบหรือลืมนึกถึงไป โดยเฉพาะในประเด็นสินค้าที่อยู่ในรายการ GE (General Exclusion) ที่อาเซียนยึดหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO – World Trade Organization) มาใช้ และก็พูดกันว่ารายการที่เป็น GE นี้ในที่สุดต้องเปิดตลาดด้วย แต่ระยะหลังนี้กลับดูจะหายๆ ไป ไม่พูดถึงอีก

ทั้งที่มีหลายๆ รายการที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศไทย เช่น สินค้าประเภทแอลกอฮอล์ เป็นต้น

หลักเกณฑ์ข้อยกเว้นทั่วไปของ WTO นั้น อยู่ในมาตรา 20 (General Exclusion) ของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ปี ค.ศ. 1947 ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกใช้มาตรการต่างๆ เพื่อจำกัดการนำเข้าได้ ซึ่งรวมถึงมาตรการทางภาษีด้วย หากมาตรการเหล่านั้นไม่ได้นำมาใช้ตามอำเภอใจ หรือเลือกปฏิบัติกับบางประเทศ และเป็นไปเพื่อ

ปกป้องคุ้มครองศีลธรรม (Protect public moral)

ปกป้องคุ้มครองชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช หรือสุขภาพ

เกี่ยวข้องกับการส่งออกหรือนำเข้าทองหรือเงิน

เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากเรือนจำ (Prison labour)

ปกป้องคุ้มครองสมบัติทางสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ หรือคุณค่าทางวรรณคดีของชาติ

เกี่ยวข้องกับการสงวนรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติของชาติที่กำลังจะสูญสิ้นไป ถ้ามาตรการเหล่านั้นเมื่อนำมาใช้แล้วทำให้เกิดมีประสิทธิภาพได้เมื่อใช้ร่วมกับมาตรการจำกัดการผลิตหรือการบริโภคภายในประเทศด้วย หรือพูดง่ายๆ ว่าถ้าจะจำกัดการนำเข้าโดยอ้างเรื่องทรัพยากรธรรมชาติที่จะสูญสิ้นไป ก็ต้องทำตัวเองให้ดีด้วย

ที่จริงยังมีข้ออื่นๆ อีก แต่เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ผู้เขียนต้องการชี้ให้เห็นว่ามาตรา 20 ของ WTO หรือ General Exception นี้ จะนำมาใช้ได้ก็ต่อเมื่อตัวเองก็ต้องจำกัดตัวเองด้วย

ในกรณีของ AEC ก็เช่นกัน หากจะมีการจำกัดการนำเข้าหรือไม่ลดภาษีนำเข้าโดยอ้าง GE ประเทศนั้นก็ต้องมีการดำเนินการกับสินค้าในประเทศของตัวเองด้วย เช่นกรณีของไทยก็มีเรื่องบุหรี่ที่เรามีการผลิตและสูบกันภายในประเทศด้วย ในที่สุดจึงต้องดึงออกจากรายการ GE มาใส่ในรายการปกติ เราเองจึงควรสำรวจเพื่อนๆ ใน AEC ดูว่าเขามีรายการอะไรที่หลงเหลืออยู่ใน GE บ้าง โดยที่ตัวเองก็ทั้งผลิต บริโภค แล้วก็อาจจะส่งออกเองด้วย เพื่อเวลาประชุมติดตามผลการเปิดตลาดกัน จะได้กระตุ้นและทวงถามให้เขาแก้ไขเสีย ไทยเราอย่ามุ่งไปแต่เรื่องให้เขายกเลิกมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า NTM/NTB (Nontariff Measures) ที่เขาอาจจะทำถูกต้องตามกฎเกณฑ์ แล้วเราก็จะเหนื่อยเปล่า

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี