
เตือนหัวสะพาน-คอสะพานเป้าบึ้ม
หน่วยข่าวความมั่นคงเตือนเฝ้าระวังหัวสะพานและคอสะพานเป้าระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่
หน่วยข่าวความมั่นคงเตือนเฝ้าระวังหัวสะพานและคอสะพานเป้าระเบิดสังหารเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวความมั่นคงที่ปฎิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ระวังเป็นพิเศษบริเวณหัวสะพานและคอสะพานเป็นเป้าหมายสำคัญในการลักลอบวางระเบิด เนื่องเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่มีแรงอัดของระเบิด เพราะทั้งปูนและเหล็กที่อัดหนาแน่น ซึ่งในอดีตสมัยที่มีการต่อสู้กับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ( พคท.) และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา (พคม.) ที่ใช้ปฏิบัติการเป็นประจำทั้งในพื้นที่สู้รบในจ.สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี
ล่าสุดการลักลอบวางระเบิด พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์พรหมเมศร์ รอง ผกก. สภ.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส พร้อมผู้ใต้บังคับบัญชาเสียชีวิต 3 นาย เป็นต้น ที่บริเวณสะพานข้าม หมู่ 4 บ้านรือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นรายล่าสุด เหตุการณ์ก่อความไม่สงบ การลักลอบวางระเบิดเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และซ้ำรายเดิมถึงหลายครั้ง แต่ทางเจ้าหน้ากลับไม่นำมาเป็นบทศึกษาที่ควรรอบคอบและระวังในการปฏิบัติการ
ทั้งนี้หน่วยรบในสมัยนั้นพอใกล้ถึงสะพานจะทำการจอดรถชั่วคราวทุกครั้งในระยะห่างประมาณ 50 เมตร แล้วจะใช้การเดินเท้าแบ่งกำลังพลออกเป็น 2 ซีก ทั้งซีกขวาและซีกซ้าย แล้วเดินข้ามสะพาน หากไม่เกิดเหตุการณ์ก็จะให้รถผ่าน เช่นเดียวกันตามเส้นทางจะต้องระวังพอพบจุดต้องสงสัยว่าเป็นกับดัก ก็จะต้องหยุดรถแล้วเดินเท้าตรวจสอบทุกครั้ง ซึ่งสามารถป้องกันเหตุการณ์สูญเสียไปได้เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ยังได้ระบุอีกว่า เหตุที่มีการลักลอบวางระเบิดคอสะพาน นอกจากเปิดประสิทธิภาพแรงระเบิดทำลายล้างสูงแล้ว ยังใช้สะพานเป็นจุดเป้าหมายในการจุดชะนวดระเบิด ระเบิดจะใช้สายไฟฟ้าเป็นตัวเชื่อมในการจุดชะนวนเป็นส่วนใหญ่ โดยจะลากสายไฟฟ้าห่างจากคอสะพานอย่างน้อยประมาณ 10 เมตร โดยใช้พื้นที่ริมคลองเพื่อทำการจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องมีวิธีการฝังใต้ดิน 2 แนว แนวยืน มีการทำลายล้างสูงชนิดยานพาหนะถึงกับขาด 2 ท่อนได้ ส่วนแนวที่ 2 ตั้งระเบิดแสวงเครื่องแนวนอน การทำลายล้างมีระยะการทำลายในวงกว้าง แม่นยำต่อเป้าหมาย
“เหตุผลที่ปฏิบัติการก่อการร้ายในห่วงระยะลงนามการพูดคุยระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติกับ บีอาร์เอ็นโคออร์นิเนต วิเคราะห์ได้ว่า เป็นการรักษาเข็มไมล์และระดับ เพื่อแสดงถึงศักยภาพให้มีอยู่เป็นการรักษาระดับเช่นเดียวกับในอดีต ที่ทางการระดับบนพูดคุยเจรจากับพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา แต่ระดับล่างยังมีการปฏิบัติการอยู่เป็นลำดับจนยุติในที่สุด” เจ้าหน้าคนดังกล่าวระบุ
นอกจากนี้ยังได้รับรายงานว่า กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีการพูดคุยกันอยู่ระหว่างทางการกับบีอาร์เอ็นโคออร์นิเนต เพื่อทวงคืนการเสียชีวิตของแนวร่วม 16 คน ตามที่เกิดเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงรวมกลุ่มเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการ ร้อย ร.ปล. 2 ฉก.นราธิวาส 32 ฉก.นย. เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลทำให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตจำนวน 16 คนที่ผ่านมา







