
ยื่นซอง 3 พ.ค.ชิงเมกะน้ำ 3 แสนล.
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มติอนุมัติทีโออาร์ ซองข้อเสนอเทคนิค และซองข้อเสนอด้านราคา โครงการก่อสร้างเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ มูลค่า 3.4 แสนล้านบาท จำนวน 9 แผนงาน และให้ 6 กลุ่มบริษัทเสนอรายละเอียดในวันที่ 3 พ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. เพื่อคัดเลือกเหลือ 1 กลุ่มบริษัทต่อ 1 แผนงาน ดังนี้
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มติอนุมัติทีโออาร์ ซองข้อเสนอเทคนิค และซองข้อเสนอด้านราคา โครงการก่อสร้างเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ มูลค่า 3.4 แสนล้านบาท จำนวน 9 แผนงาน และให้ 6 กลุ่มบริษัทเสนอรายละเอียดในวันที่ 3 พ.ค.นี้ เวลา 14.00 น. เพื่อคัดเลือกเหลือ 1 กลุ่มบริษัทต่อ 1 แผนงาน ดังนี้
1.แผนงาน A1 : การสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ยม น่าน สะแกกรัง และป่าสัก งบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท กักเก็บน้ำได้ 1,300 ล้าน ลบ.ม. อาทิ พื้นที่ลุ่มน้ำยม ต.เตาปูน ต.สะเอียบ จ.แพร่ อ.งาว ต.บ้านอ้อน ต.เงียงมอก ต.เงียบตัง จ.ลำปาง ต.งิบ จ.พะเยา
พื้นที่แม่วงก์ ต.แม่เลย์ จ.นครสวรรค์ ต.แม่นาจาร และ อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ต.ชมพู จ.พิษณุโลก ต.น้ำบ่อหนอง โปร่งน้ำรอน และคลองลานพัฒนา และ อ.โกสัมพี จ.กำแพงเพชร ต.ป่าพลู จ.ลำพูน อ.บ้านตาก จ.ตาก อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ อ.เมือง อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.น่าน และอ่างเก็บน้ำอื่นๆ
ต้องจัดทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบทางสุขภาพ ต้องร่วมจัดหาที่ดิน การขอใช้พื้นที่ การอพยพ จ่ายค่าที่ดิน ค่ารื้อย้าย ร่วมปลูกป่าทดแทน 3 เท่าของพื้นที่น้ำท่วม และจ่ายค่าปลูกป่า
2.แผนงาน A2 : การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภายใน 3 ปี ศึกษาออกแบบและก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ท่าจีน ป่าสัก และเจ้าพระยา ระยะเวลา 5 ปี งบประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ในพื้นที่ 30 จังหวัด
3.แผนงาน A3 : การปรับปรุงพื้นที่ชลประทานเหนือนครสวรรค์ และเหนือพระนครศรีอยุธยา เพื่อเก็บกักน้ำหลากชั่วคราว งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท อาทิ โครงการส่งน้ำและบำรุงจัดหาท่าพัง โครงการดงเศรษฐี จ.พิจิตร โครงการพลายชุมพล จ.พิษณุโลก
4.แผนงาน A4 : การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และคันริมแม่น้ำของแม่น้ำสายหลัก คือ ปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา สะแกกรัง ป่าสัก ท่าจีน ฯลฯ อาทิ ขยายแม่น้ำพิจิตร ขุดขยายคลองหกบาท คลองผันน้ำยมน่าน จ.สุโขทัย ขุดคลองสายใหม่ช่วงคอขวด อ.บางบาลบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
5.แผนงาน A5 : การจัดทำทางน้ำหลาก (Floodway) และ/หรือทางผันน้ำ (Flood diversion channel) สร้างถนนริมคลองที่ขุดใหม่ งบประมาณ 1.53 แสนล้านบาท ฝั่งตะวันออกให้ปรับปรุงแม่น้ำช่วงชัยนาทป่าสัก ขุดขยายคลองระพีพัฒน์ คลองสิบสาม คลองรังสิตใต้ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และคลองอื่นๆ ระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย ภายใน 3 ปี ด้านตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยาจากเหนือนครสวรรค์ (แม่น้ำปิง) ภายใน 5 ปี ช่วงแรกจากเหนือนครสวรรค์ลงเหนือเขื่อนแม่กลอง ช่วงสองขุดคลองผันน้ำฝั่งขวาลงอ่าวไทย
6.แผนงาน A6 : การปรับปรุงระบบคลังข้อมูล ระบบพยากรณ์และเตือนภัย รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำกรณีต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา และพื้นที่ 17 ลุ่มน้ำ ติดตั้งอุปกรณ์ และจัดทำคลังข้อมูลการพยากรณ์และเตือนภัย งบประมาณ 4,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี บำรุงรักษาและปรับปรุงให้ทันสมัยอีก 2 ปี รวม 5 ปี ตั้งเป็น Single Command Center สำหรับบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทางธรรมชาติของรัฐบาล
7.แผนงาน B1 : การสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ กักเก็บน้ำได้ 450 ล้าน ลบ.ม. งบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย พัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน คลองมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครนายก โปร่งขุนเพชร อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ลำพระยาธาร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ลำสะพุง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ และลุ่มน้ำอื่นๆ
8.แผนงาน B2 : การจัดทำผังการใช้ที่ดิน/การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท
9.แผนงาน B3 : การปรับปรุงสภาพลำน้ำสายหลัก และคันริมแม่น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 ลุ่มน้ำ ในโครงการเพื่อสำรวจศึกษาปรับปรุงคลอง ร.1 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา งบประมาณ 5,000 ล้านบาท
ด้าน ปลอดประสพ สุรัสวดี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ระบุว่า รัฐบาลจะให้คะแนนสูงสุดกับซองข้อเสนอเทคนิคที่ดีที่สุดเท่านั้น ไม่ใช่ให้คะแนนซองข้อเสนอด้านราคาที่ราคาถูกที่สุด และหากมีหลักฐานว่ากลุ่มบริษัทใดถอนตัว หรือฮั้วกันจะตัดสิทธิออกทันที ทั้งนี้วันที่ 20 มี.ค. เวลา 09.00 น. จะมีการชี้แจงทีโออาร์ทั้งหมดแก่ 6 กลุ่มบริษัท ที่โรงแรมสยามซิตี







