
2ล้านล้าน268หน้าสะกดจิต"ครม."
ส่องบรรยากาศที่ประชุมครม."ปู" อนุมัติพ.ร.บ.เงินกู้2ล้านล้านบาทลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เพราะนี่คือการเริ่มต้นจากฝันที่จะเป็นจริงในอนาคตจากความพยายามตั้งเรื่องกู้อภิมหางบสองล้านล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพระโครงการระบบราง รถไฟฟ้าความเร็วสูง
วาระดังกล่าวถูกจัดเข้าสู่ระเบียบวาระพิจารณาเรื่องที่ 14 ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... นั่นคือชื่อวาระอย่างเป็นทางการ
โดยกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เคียงคู่ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม สองคู่หูดูโอทำหน้าที่ชี้แจง หอบเอกสารประกอบ จำนวน 268 หน้า พร้อมมีการจัดทำบันทึกรายละเอียดโครงการมากกว่าร้อยโครงการ แจกแจงอย่างถี่ยิบลงแผ่นซีดี แจกจ่าย ครม. จากเวลาเริ่มต้นชี้แจงเวลา 11.00 น.-12.30 น. ใช้เวลานานกว่าชั่วโมงครึ่ง
บรรยากาศช่วงหนึ่งของการชี้แจง ทำเอา ครม.นิ่งเงียบมองไปที่ชาร์ตด้วยความตั้งใจเป็นพิเศษ เมื่อกิตติรัตน์ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ ขึ้นภาพเกี่ยวกับโครงการที่ผ่านจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะภาพปรับปรุงก่อสร้างถนนเส้นต่างๆ ซึ่งกิตติรัตน์ รายงานว่า งบสองล้านล้านจะมุ่งไปที่การก่อสร้างขยายถนนสายเมนเป็นหลัก ส่วนถนนสายรองใช้งบประมาณปกติ
"เมื่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานเสร็จ ถนนสายต่างๆ จะแข็งแรงไม่เสื่อมสภาพเร็ว เพราะคนไปใช้ระบบราง และเราได้ซ่อมแซมปรับปรุงถนนใหม่ไปในตัว"
จากนั้น กิตติรัตน์ หยิบยกเอาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ 4 แสนล้านในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล มาเปรียบเทียบกับพรบ.การกู้เงินเพื่อใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
กิตติรัตน์ ระบุว่า เห็นได้ชัดเจนว่าร่างพ.ร.บ. 2 ล้านล้านของรัฐบาลปัจจุบันดีกว่า พ.ร.ก.4 แสนล้านในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีมาตรฐานสูงกว่า มีการตรวจสอบได้ง่าย มีความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และมีความชัดเจนกว่า มีการเปิดราคาก่อนประมูล มีคณะกรรมการติดตามงาน รายงานต่อครม. ทุก 3 เดือน 6 เดือน และยังมีกฎหมายมาบังคับมากกว่าด้วย
“พ.ร.บ.ส่งเข้าสภา มีการตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขได้ เป็นประชาธิปไตย แต่กรณีพ.ร.ก. เหมือนมัดมืดชก ไม่ต้องเข้าสภาแต่ผ่านไปก่อนแล้วนำเงินไปใช้ วิธีการใช้งบประมาณก็ออกเป็นระเบียบสำนักนายกฯมารองรับการใช้จ่ายเงิน แต่ การที่รัฐบาลออกเป็น พ.ร.บ. การใช้งบประมาณก็เข้าสู่ระบบราชการจัดซื้อจัดจ้างปกติ” นายกิตติรัตน์ กล่าวกลางครม.
ระหว่างการชี้แจง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีการซักถามเป็นระยะ ๆ พร้อมทั้งได้ถาม อัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ตลอดว่า ทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไรก็ตามในพ.ร.บ. 2 ล้านล้านนี้ทางเลขาธิการกฤษฎีกาได้ยืนยันในที่ประชุมครม. 3 ข้อคือ
1.พ.ร.บ. 2 ล้านล้านนี้เป็นพรบ.ฉบับแรกที่มีการกำหนดรายละเอียดว่าจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง เพราะมีทั้งโครงการ แผนที่ และจุดที่จะมีการก่อสร้าง
2.พ.ร.บ. 2 ล้านล้านฉบับนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
3.การบริหารโครงการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เป็นเหมือนพ.ร.ก. 4 แสนล้านในสมัยปชป.ที่เหมือนเป็นการมัดมือชกในโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งก่อนที่จะออกมาเป็นพรบ.ก็ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสภาพัฒน์ฯ กระทรวงการคลัง หรือกระทรวงคมนาคม
กิตติรัตน์ ได้ย้ำว่าจะมีการเน้นก่อสร้างถนน รถไฟ เท่านั้น จะไม่เน้นการก่อสร้างสาธารณูปโภคอื่น ๆ และการลงทุนครั้งนี้ ยอมรับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่เมื่อมีการลงทุนแล้วก็จะเป็นสมบัติของชาติ ของลูกหลานในอนาคตต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าการชำระหนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของประเทศ หากประสบผลสำเร็จผ่านไป 7 ปี จะช่วยลดความสูญเสียด้านพลังงานของประเทศ
"ที่วิจารณ์ว่าจะต้องชำระหนี้ถึง 50 ปี แต่ได้คำนวณแล้วจะเป็นการชำระแบบขั้นบันได อาจชำระหนี้ได้เร็วกว่านั้น ภายใน 30 ปีก็ได้ อย่าคิดว่ากู้เงินแล้วมีหนี้มาก เพราะโครงการที่ทำจะอยู่ยงคงกระพันกับเรา ผลตอบแทนจะตามมา"
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯได้แสดงความเห็นว่า เมื่อพรบ. 2 ล้านล้านเข้าสภา ก็อยากให้พวกเราใจกว้าง เพราะเงินจำนวนมหาศาล เป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายค้านจะท้วงติง ขออภิปรายหลายวันหน่อย ดังนั้นเราก็ต้องเปิดใจรับฟังความเห็น
"ผมทราบดีว่าเรื่องนี้นายกฯรัฐมนตรีให้ความสำคัญ และเคยเห็นข่าวที่อ้างถึงคำพูดนายกฯว่า อยากให้สมาชิกและครม.ทุกคนให้ความสำคัญกับเรื่องพรบ.2 ล้านล้านฉบับนี้ อยากให้เข้าร่วมประชุมทุกคนและหากใครไม่สนใจ ไม่มาเข้าร่วมประชุมหรือไม่มาลงมติ ก็จะหลุดจากตำแหน่ง แต่พอดีผมต้องเดินทางไปหารือกับมหาเธร์ อดีตนายกฯมาเลเซีย ผมจะทำอย่างไรดี แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ผมจะหลุดจากตำแหน่งหรือเปล่า"คำกล่าวของร.ต.อ.เฉลิม เรียกเสียงฮาในที่ประชุมครม.
อย่างไรก็ตาม ในการประชุม วราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯ ได้แจ้งขั้นตอนต่อไปว่า วันที่ 20มี.ค. จะยื่นร่างพ.ร.บ.กู้เงิน ให้ประธานสภา เพื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ และคาดว่าใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ คือ วันที่ 28 มี.ค. จะเข้าสู่การพิจารณาได้
ทั้งนี้ ครม.รับทราบ สัดส่วนคณะกรรมาธิการวิสามัญหากมีการนำเข้าพิจารณาในวันที่ 28 มี.ค.นี้แล้ว โดยคาดว่าจะมีทั้งหมด 31 คน คือรัฐบาล 5 พรรคเพื่อไทย 14 ฝ่ายค้าน 8 พรรคชาติไทยพัฒนา 1 และพรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล 1 คน
เป็นอันจบพิธีกรรมตัดริบบิ้น ร่างพ.ร.บ.กู้เงินสองล้านล้าน ในขั้นตอนของฝ่ายบริหาร จากนี้ต่อไปไปลุ้นกันต่อที่สภาฯ







