posttoday
วิพากษ์โพล

วิพากษ์โพล

19 มีนาคม 2556

ประเทศไทยมีการนำโพลมาใช้ทำนายผลการเลือกตั้งอย่างน้อยกว่าสองทศวรรษแล้ว โดยได้รับ “ความนิยม” กว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 ครั้งนั้นมีการทำ “เอกซิตโพล” ซึ่งผลออกมาใกล้เคียงกับผลการเลือกตั้งจริง โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น ประกาศผลเอกซิตโพลก่อนรู้ผลเลือกตั้ง และมีการติดตามตัวเลขผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่ทยอยประกาศออกมาเป็นระยะๆ สุดท้ายตัวเลขผลการเลือกตั้งจริงกลางดึกคืนนั้น กับตัวเลขเอกซิตโพลที่ประกาศไว้ใกล้เคียงกันมาก หลังจากนั้นก็มีสำนักโพลเกิดขึ้นตามมาหลายสำนัก แต่ละสำนักก็มี “ลูกเล่น” ที่ชวนให้ผู้คนติดตามและสื่อมวลชนก็นำไปเผยแพร่ทำเป็นข่าวอย่างกว้างขวาง

ประเทศไทยมีการนำโพลมาใช้ทำนายผลการเลือกตั้งอย่างน้อยกว่าสองทศวรรษแล้ว โดยได้รับ “ความนิยม” กว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 ครั้งนั้นมีการทำ “เอกซิตโพล” ซึ่งผลออกมาใกล้เคียงกับผลการเลือกตั้งจริง โดยคุณสุทธิชัย หยุ่น ประกาศผลเอกซิตโพลก่อนรู้ผลเลือกตั้ง และมีการติดตามตัวเลขผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการที่ทยอยประกาศออกมาเป็นระยะๆ สุดท้ายตัวเลขผลการเลือกตั้งจริงกลางดึกคืนนั้น กับตัวเลขเอกซิตโพลที่ประกาศไว้ใกล้เคียงกันมาก หลังจากนั้นก็มีสำนักโพลเกิดขึ้นตามมาหลายสำนัก แต่ละสำนักก็มี “ลูกเล่น” ที่ชวนให้ผู้คนติดตามและสื่อมวลชนก็นำไปเผยแพร่ทำเป็นข่าวอย่างกว้างขวาง

การที่โพลต่างๆ ทำโดยสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยหลักการน่าจะมีความหนักแน่นในทางวิชาการ และมีความเป็นอิสระสามารถสร้างผลงานให้เป็น “ที่พึ่งทางปัญญา” ให้แก่สังคมได้ ดีกว่าบรรดาผู้ตั้งตนเป็น “โหราจารย์” หรือหมอดูทั้งหลาย ผลโพลต่างๆ ควรจะมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ปรากฏว่าการณ์กลับเป็นตรงกันข้าม การทำนายผลการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วผิดพลาดอย่างฉกรรจ์แทบทุกโพล การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2556 ผลควรออกมาแม่นยำ เพราะแท้จริงเป็นการแข่งขันกันระหว่างผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์เพียง 2 คนเท่านั้น โอกาสทำนายถูกโดยไม่ต้องทำอะไรเลย จึงสูงถึง 50% อยู่แล้ว แต่ผลโพลต่างๆ ผิดเป็นตรงข้ามเกือบหมด มีเพียงนิด้าโพลที่ทำนายได้ใกล้เคียง ซ้ำร้ายโพลที่สร้างผลงานมานานกว่าใครคือสวนดุสิตโพลยังถูก “ดิสเครดิต” อย่างแรง โดย มานิจ สุขสมจิตร ประธานสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตและในฐานะนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสภามหาวิทยาลัย โดยตำหนิสวนดุสิตโพลตรงๆ ว่า “รับใช้การเมือง” และทำไปอย่างไม่เป็นวิชาการ ต่อมายังมีการเปิดโปงความร่ำรวยผิดปกติของเจ้าสำนักโพลแห่งนี้ด้วย (หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ASTV สกู๊ปหน้า 15 วันอังคารที่ 5 มี.ค. 2556) ขณะที่โหร บุญเลิศ ไพรินทร์ กลับทายผลได้แม่นยำว่า “โพลเพื่อไทยนำ แต่สุขุมพันธุ์จะชนะ”

อันที่จริงการที่โพลทายผลเลือกตั้งผิดจน “หน้าแตก” แบบ “หมอไม่รับเย็บ” ไม่ใช่ของใหม่ ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเจ้าแห่งการทำโพลก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง เช่น ในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2479 ระหว่าง แฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ พรรคเดโมแครต กับอัลเฟรด แลนดอน พรรครีพับลิกัน หนังสือพิมพ์ลิเบอร์ตี้ ไดเจสต์ ก็เคยทายผลผิดพลาดอย่างแรงว่า แลนดอน จะชนะขาดลอย แต่ผลออกมาตรงข้ามจนหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นต้องปิดกิจการ แกลลัปโพล ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทุกวันนี้ก็เคยทายผลผิดว่า แฮร์รี เอส.ทรูแมน จะแพ้ โทมัส ดิวอี้ แต่ผลกลับเป็น ทรูแมน ที่ชนะ

อันที่จริงโพลในเมืองไทยส่วนใหญ่ทายผลผิดพลาด การเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 ที่ “ดูเหมือน” ว่าผลแม่นยำมาก แท้จริงก็ทายผิดมากมายในแต่ละเขตเลือกตั้ง แต่ผลรวมทั้งประเทศ “บังเอิญ” ใกล้เคียงผลจริง ทำให้ประชาชนเกิด “มายาคติ” ว่าโพลแม่นและคนทำโพลก็ดูจะพอใจกับความเข้าใจเช่นนั้นของประชาชน

ความจริงโพลคือการวิจัยประเภทที่เรียกว่า “การวิจัยเชิงสำรวจ” (Survey Research) ผลจะออกมาดีจะต้องประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 2 ส่วน คือ 1.เป็นการสำรวจหรือวิจัยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ 2.จะต้องอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรมการวิจัย

การวิจัยที่มีคุณภาพและถูกต้องตามหลักวิชาการจะต้องถูกต้องตั้งแต่ 1.การออกแบบการวิจัย (Design) เหมาะสม 2.ระเบียบวิธีวิจัย (Methodotogy) ถูกต้อง 3.การใช้สถิติและการวิเคราะห์ทางสถิติถูกต้อง 4.การดำเนินการวิจัยดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการวิจัยที่ดี (Good Research Practice) 5.การแปลผลถูกต้อง 6.การสรุปถูกต้อง และ 7.การรายงานถูกต้อง

ปัญหาใหญ่ของการทำโพลมีมากมาย เริ่มจากปัญหาการเลือกกลุ่มตัวอย่างและขนาดตัวอย่าง ไม่ต้องพูดถึงการเลือกตั้งทั่วประเทศซึ่งมีผู้มีสิทธิออกเสียงกว่า 40 ล้านคน แค่ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งมีผู้มีสิทธิลงคะแนนกว่า 4 ล้านคน กระจัดกระจายไปตามพื้นที่ที่มีความหลากหลายทั้งสถานะทางเศรษฐกิจ การศึกษาสังคม ผลประโยชน์ ความนิยมพื้นฐานทางการเมือง ฯลฯ ถ้าใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) โอกาสผิดพลาดย่อมมีได้มาก การที่โพลต่างๆ ใช้กลุ่มตัวอย่างเพียงหลักพันหรือหลักหมื่น ก็อาจไม่สามารถสะท้อนการตัดสินใจที่แท้จริงของ “ประชากรทั้งหมด” และทำให้ผลโพลผิดพลาดได้มาก

ผลโพลจะแม่นยำได้ กลุ่มตัวอย่างที่สอบถามจะต้องเป็น “ตัวแทน” ที่แท้จริงของประชากรโดยรวม และคุณแสงชัย สุนทรวัฒน์ เคยอธิบายเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า การทำโพลก็เหมือนการชิมน้ำแกง ถ้าเราคนหม้อแกงจนทั่วแล้วตักขึ้นมาช้อนเดียว รสแกงช้อนนั้นก็สะท้อนรสแกงทั้งหม้อได้ แต่ปัญหาของโพลก็คือ เราไม่สามารถ “คน” ประชากร เหมือนคนแกงในหม้อได้

การหากลุ่มตัวอย่างที่สะท้อนประชากรทั้งหมดเป็นเรื่องยากมาก แม้จะใช้วิธีเพิ่มขนาดประชากร ดังกรณีการสำรวจของหนังสือพิมพ์ลิเบอร์ตี้ ไดเจสต์ ในการเลือกตั้งในสหรัฐเมื่อ พ.ศ. 2479 มีการส่งแบบสอบถามออกไปถึง 10 ล้านฉบับ และมีผู้ตอบแบบสอบถามกลับมาถึง 2 ล้านฉบับ แต่ผลจริงกลับตรงกันข้ามกับแบบสอบถามอย่างถล่มทลาย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท