posttoday
2.2 ล้านล้านบาท

2.2 ล้านล้านบาท

19 มีนาคม 2556

ในปัจจุบันประเทศไทยมีภาวะการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง มีเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงถึง 1.79 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ได้เปรียบดุลการค้าเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสิบปีแล้ว อีกทั้งในปีนี้บริษัทจัดอันดับระดับสากลก็ได้ยกอันดับเครดิต (Credit Rating) ให้ประเทศไทยอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ประกอบกับการมีเงินทุนไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเงินร้อนที่เข้ามาเก็งกำไร ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีค่าแข็งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะหากค่าเงินบาทแข็งเกินไป จนไปกระทบกับภาคการผลิตและการส่งออก จะทำให้การเจริญเติบโตในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Sector) ไม่เติบโต แต่ราคาหลักทรัพย์และราคาที่ดินได้เพิ่มขึ้นไปมากแล้ว โอกาสที่จะเกิดภาวะฟองสบู่แตกก็เป็นไปได้สูง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องหยุดชะงักและคงใช้เวลาอีกนานในการฟื้นตัว ดังนั้นจึงขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ และอยากให้ข้อคิดว่าประเทศจีนที่เป็นประเทศคู่ค้าหลัก อีกทั้งยังเป็นคู่แข่งของไทยโดยตรง พยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าช้าที่สุด ไม่ว่าจะถูกกดดันจากภายนอกมากขนาดไหน ดังนั้นเมื่

ในปัจจุบันประเทศไทยมีภาวะการเงินการคลังที่แข็งแกร่ง มีเงินทุนสำรองเงินตราต่างประเทศสูงถึง 1.79 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ได้เปรียบดุลการค้าเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสิบปีแล้ว อีกทั้งในปีนี้บริษัทจัดอันดับระดับสากลก็ได้ยกอันดับเครดิต (Credit Rating) ให้ประเทศไทยอยู่ในระดับที่สูงขึ้น ประกอบกับการมีเงินทุนไหลเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเงินร้อนที่เข้ามาเก็งกำไร ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีค่าแข็งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะหากค่าเงินบาทแข็งเกินไป จนไปกระทบกับภาคการผลิตและการส่งออก จะทำให้การเจริญเติบโตในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Sector) ไม่เติบโต แต่ราคาหลักทรัพย์และราคาที่ดินได้เพิ่มขึ้นไปมากแล้ว โอกาสที่จะเกิดภาวะฟองสบู่แตกก็เป็นไปได้สูง ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องหยุดชะงักและคงใช้เวลาอีกนานในการฟื้นตัว ดังนั้นจึงขอฝากผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ และอยากให้ข้อคิดว่าประเทศจีนที่เป็นประเทศคู่ค้าหลัก อีกทั้งยังเป็นคู่แข่งของไทยโดยตรง พยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าช้าที่สุด ไม่ว่าจะถูกกดดันจากภายนอกมากขนาดไหน ดังนั้นเมื่อค่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากกว่าค่าเงินหยวนที่แข็งค่า ความสามารถแข่งขันของไทยก็จะด้อยลงกว่าจีนโดยเปรียบเทียบ

ดังนั้น หากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตัดสินใจที่จะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังมีอีกหลายวิธีในการควบคุมค่าเงินบาทไม่ให้แข็งเกินไปที่จะเลือกใช้ และรัฐบาลเองก็มีทางเลือกที่จะใช้จ่ายลงทุนในภาครัฐในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยชะลอค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเร็วเกินไป

เมื่อพูดถึงการใช้จ่ายของรัฐบาลในการลงทุนสาธารณูปโภคขนาดใหญ่และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศแล้ว ก็อยากจะสนับสนุนรัฐบาลในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 2.2 ล้านล้านบาท และเป็นการระดมเงินกู้จากภายในประเทศที่ไทยมีอยู่ออกมาลงทุนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของประเทศ โดยรัฐบาลได้จัดให้มีนิทรรศการชื่อ Thailand 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลก การลงทุนของประชาชน...เพื่อประชาชน แสดงรายละเอียดของการใช้เงินลงทุนจำนวน 2.2 ล้านล้านบาทในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาทางด้านคมนาคม

จากการศึกษาพบว่า การลงทุนกว่า 80% เป็นการลงทุนในระบบราง โดยจะมีระยะทางรถไฟเพิ่มขึ้นใน 7 ปี จาก 4,043 กม. เป็น 5,097 กม. และการทำรถไฟรางคู่เพิ่มขึ้นจาก 358 กม. เป็น 3,215 กม. ครอบคลุมจาก 47 จังหวัด เป็น 53 จังหวัด เพิ่มจำนวนเที่ยววิ่งจาก 200 เที่ยว/วัน เป็น 800 เที่ยว/วัน ปริมาณขนส่งสินค้าจาก 11 ล้านตัน/ปี เป็นมากกว่า 50 ล้านตัน/ปี ขนส่งผู้โดยสารจาก 45 ล้านคนเที่ยว/ปี เป็นมากกว่า 75 ล้านคนเที่ยว/ปี โดยจะมีโครงข่ายระบบรถไฟทางคู่เร่งด่วน 5 สายสำคัญ จำนวน 767 กม. มูลค่า 101,435 ล้านบาท กำหนดให้เสร็จภายในปี 2560

สำหรับในส่วนรถไฟความเร็วสูง จะมี 4 สาย คือ กรุงเทพฯเชียงใหม่ กรุงเทพฯนครราชสีมา กรุงเทพฯระยอง กรุงเทพฯหัวหิน ทั้งหมดรวม 1,447 กม. มูลค่า 481,066 ล้านบาท ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2561 ยกเว้นเส้นกรุงเทพฯเชียงใหม่ ที่จะเสร็จในปี 2565 โดยจะมีอัตราค่าโดยสารตามระยะทางอยู่ประมาณ 2 บาท/กม. เมื่อแล้วเสร็จในอีก 7 ปีข้างหน้า

โครงข่ายรถไฟฟ้าอีก 10 สาย 1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิตมหาชัย 2) ศาลายาหัวหมาก 3) แอร์พอร์ตลิงค์ 4) ลำลูกกาบางปู 5) ยศเสบางหว้า 6) บางซื่อท่าพระพุทธมณฑลสาย 4 7) บางใหญ่ราษฎร์บูรณะ 8) จรัญสนิทวงศ์ราชดำเนินศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยมีนบุรี 9) แครายมีนบุรี 10) ลาดพร้าวสำโรง รวมระยะทาง 464 กม. มูลค่า 895,884.86 ล้านบาท

นอกจากระบบรางแล้วยังมีการลงทุนโครงข่ายทางหลวง และ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ใช้เงินลงทุนสัดส่วนประมาณ 15% โครงข่ายการขนส่งทางอากาศ ขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ใช้งบประมาณ 51,607.149 ล้านบาท โครงการพัฒนาสนามบินภูเก็ต โครงข่ายเส้นทางน้ำ สร้างท่าเรือเพิ่ม ขยายท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3

การลงทุนที่มุ่งระบบขนส่งทางรางเป็นส่วนใหญ่ นับว่ามาถูกทางแล้ว เพราะจะช่วยแก้ปัญหาของประเทศไทยในการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย และลดค่าใช้จ่ายของประเทศในด้านการขนส่ง โดยคาดว่าจะลดได้อย่างต่ำ 2 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ซึ่งจะเท่ากับปีละสองแสนกว่าล้านบาท

เมื่อดำเนินการเสร็จเมื่อไหร่ ประเทศไทยจะเข้มแข็งอย่างแน่นอน แต่ต้องระวังเรื่องความโปร่งใส อย่าให้มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเหมือนในอดีตที่มักจะมีข้อครหาทุกครั้งที่มีการลงทุนขนาดใหญ่

การลงทุนดังกล่าวเป็นการทยอยการลงทุนในระยะเวลา 7 ปี ซึ่งเท่ากับแต่ละปีจะลงทุนเฉลี่ยประมาณ 3 แสนล้านบาท ซึ่งเมื่อลงทุนแล้วจะทำให้เศรษฐกิจมีความเจริญเติบโต ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อรายได้ประชาชาติไม่น่าจะเกิน 50%

และก็ต้องขอขอบคุณผู้นำฝ่ายค้านและคณะที่ให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการ และเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ประเทศนี้จะต้องดำเนินการ ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องมองเห็นประโยชน์ของประเทศร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท