
ธกส.ลุยจำนำข้าวนาปรัง 1 เม.ย.
ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2556 ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 มี.ค. คาดว่าจะมีข้าวเข้าโครงการ 7 ล้านตัน คิดเป็นวงเงินที่ใช้สินเชื่อรับจำนำ 1.05 แสนล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบก็จะสามารถดำเนินโครงการได้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้
ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2556 ตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 มี.ค. คาดว่าจะมีข้าวเข้าโครงการ 7 ล้านตัน คิดเป็นวงเงินที่ใช้สินเชื่อรับจำนำ 1.05 แสนล้านบาท หาก ครม.เห็นชอบก็จะสามารถดำเนินโครงการได้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้
ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้ทยอยขายสินค้าในคลังและส่งเงินคืนให้กับธนาคารแล้ว 7.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้หมุนเวียนต่อในโครงการนี้ รวมทั้งกรมการค้าต่างประเทศได้ประมาณการกระแสเงินสดที่จะส่งเงินคืนให้ครบ 2.2 แสนล้านบาท ภายในปี 2556 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้กำชับติดตามระบายและส่งเงินคืนทั้งหมดให้เป็นไปตามแผน โดย ธ.ก.ส.จะเสนอคณะกรรมการธนาคารในวันที่25 มี.ค.นี้
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.เน้นดูแลคุณภาพข้าวให้ตรงกับความต้องการตลาด โดยรัฐบาลมีมติชัดเจนไม่ให้ข้าวที่มีอายุสั้นไม่เกิน 90 วัน เข้าร่วมโครงการรับจำนำ เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่สามารถขายได้
นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ได้อนุมัติบัตรสินเชื่อโครงการบัตรเครดิตเกษตรกรแล้ว 2.1 ล้านใบ มีเกษตรกรใช้ซื้อปัจจัยการผลิตแล้ว 2 แสนราย คิดเป็นวงเงิน 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ธนาคารได้รับมอบนโยบายจาก ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ให้ขยายกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมกับเกษตรกรที่ทำการเกษตรกลุ่มอื่น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไร่อ้อย สวนปาล์ม และขยายบัตรจาก 2 ล้านใบ เป็น 4 ล้านใบ ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการที่มีอยู่ 4,000 ร้านค้า จะให้เพิ่มเป็น 1 หมื่นร้านค้า โดย ธ.ก.ส.ได้ทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสนับสนุนร้านค้าของเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตร ด้วยการดูแลคุณภาพในการผลิต ราคา บริการ เพิ่มความสะดวกให้กับเกษตรกรที่จะเลือกซื้อปัจจัยการผลิต
“จะขยายให้ครอบคลุมเกษตรกรทุกอาชีพในเป้าหมายกำหนดลูกค้าไว้ 4.5 ล้านครอบครัว โดยจะเน้นให้กับกลุ่มเกษตรกรที่มีประวัติชำระหนี้ดีที่มีอยู่ 3.5 ล้านครอบครัว เพื่อลดความเสี่ยง แต่ถ้าดำเนินการแล้วยังไม่ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทางธนาคารก็มีแนวทางทำงานร่วมกับสหกรณ์การเกษตร โดยจะให้โอกาสกับสมาชิกของสหกรณ์ที่มีอยู่ 1.5 ล้านครอบครัว ซึ่งจะเข้ามาเสริมให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” ลักษณ์ กล่าว







