
ศอ.รส.แจงยิบยันศาลไฟเขียวจัดการแดงหลังแกนนำบิดเบือนคำสั่งบนเวที
ศอ.รส.ส่งธาริตแจงคำสั่งศาลแพ่ง7ประเด็นยันรัฐมีอำนาจตามกม.มั่นคงไล่แดงพ้นแยกราชประสงค์เตรียมรับมือการเคลื่อนขบวนไป11เส้นทางต้องห้ามพรุ่งนี้
ศอ.รส.ส่งธาริตแจงคำสั่งศาลแพ่ง7ประเด็นยันรัฐมีอำนาจตามกม.มั่นคงไล่แดงพ้นแยกราชประสงค์เตรียมรับมือการเคลื่อนขบวนไป11เส้นทางต้องห้ามพรุ่งนี้
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอสวนคดีพิเศษ ในฐานะผู้แทนกระทรวงยุติธรรม กล่าวแถลงข่าวในนามศอ.รส. กรณีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวบนเวทีปราศรัยโดยมีการบิดเบือนคำพิพากษาของศาลแพ่ง ว่า เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน กระทรวงยุติธรรม ขอชี้แจง7 ประเด็นสำคัญในคำสั่งของศาลแพ่งดังนี้ว่า
1.คำสั่งศาลแพ่งที่ออกมาดังกล่าวไม่ใช่เป็นการร้องขอฝ่ายเดียวของรัฐบาล แต่มีผู้ร้องคัดค้านคือแกนนำกลุ่มนปช.จึงมีคู่ความทั้งสองฝ่าย
2.คำสั่งของศาลแพ่ง ได้พิเคราะห์คำร้องจากสำนวนของอัยการ คำคัดค้าน และนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวน ซึ่งศาลได้ประมวลจากข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงรับฟังได้ว่าไม่ใช่เป็นการพิเคราะห์จากคำขอฝ่ายเดียว
3.คำสั่งของศาลแพ่งได้พิจารณาจากการนำสืบทั้งในข้อเท็จจริง และข้อกฏหมาย
4.คำสั่งของศาลแพ่งระบุชัดเจนว่าการชุมนุมของนปช.ที่แยกราชประสงค์เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกม.
5.คำสั่งของศาลแพ่ง ระบุว่า กอ.รมน.มีอำนาจทั้งปวงในการควบคุมสถานการณ์ที่อาจให้ก่อความไม่สงบ ยืนยันว่ารัฐบาลมีอำนาจตามกฏหมาย ป้องกันฟื้นฟูแก้ไขสถานการณ์บ้านเมือง
6.คำสั่งของศาลแพ่งระบุว่า บรรดาข้อกำหนด และประกาศต่างๆที่ออกมามีสภาบังคับใช้ในตัวย่อมดำเนินการได้ทันที
และ7.ผู้ฝ่าฝืนย่อมมีโทษตามกฎหมายและศาลได้รองรับการบังคับโทษตามประกาศดังกล่าว
นายธาริต กล่าวต่อว่า ศาลจึงมีคำสั่งให้สามารถดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ทันทีไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลอีก และไม่ได้หมายความว่าคำสั่งดังกล่าวของศาลแพ่งเป็นการรองรับว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงดำเนินการโดยชอบด้วยกฏหมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 20.50 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี และพ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงหลังกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กลุ่มคนเสื้อแดง นำคำพิพากษาศาลแพ่งไปบิดเบือนบนเวทีปราศรัย สร้างความเข้าใจผิดให้ผู้ชุมนุม
พ.อ.สรรเสริญ แถลงว่าการประชุมวันนี้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีการรายงานว่าพื้นที่แยกราชประสงค์มีจำนวนผู้ชุมนุมลดน้อยลงกว่าเมื่อวันที่ 4 เม.ย. เหลือ16,500-17,500 คนเพราะใกล้เทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับศอ.รส.ได้แจกเอกสารข้อห้ามการชุมนุม ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเข้าใจสถานการณ์และสภาพโดยรวมส่วนหนึ่งจึงกลับบ้าน
นายสาทิตย์ แถลงว่า จากคำพิพากษาศาลแพ่งอาจเกิดข้อความสื่อสารในกลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความสับสน และมีคำถามโดยทั่วไปว่าคำสั่งยกคำร้องมีผลอย่างไรเพราะมีการไปบิดเบือนว่าคำสั่งของศาลแพ่งไปรองรับการชุมนุมว่าชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ เป้ามหมายการบังคับมใช้กฎหมายเป็นขั้นตอน เช่นเดียวกับวันพรุ่งนี้ที่นปช.จะเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทาง11 เส้นซึ่งศอรส.มีอำนาจสกัดกั้น ระงับยับยั้งไม่ให้กระทำผิดเพราะกระทำการขัดต่อกฎหมาย ซึ่งจะประชุมซักซ้อมไม่ให้นปช.กระทำผิดกฎหมายต่อไป







