
มาร์คจับตาพรบ.กู้2ล้านล้านเข้าครม.
"มาร์ค"จับตาเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เข้าครม.19มี.ค. โต้ "กิตติรัตน์" ปัด รถไฟเร็วสูงเกิดยุค ประชาธิปัตย์
"มาร์ค"จับตาเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เข้าครม.19มี.ค. โต้ "กิตติรัตน์" ปัด รถไฟเร็วสูงเกิดยุค ประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจับตา การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทที่จะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ซึ่งเป็นห่วงว่าการกู้เงินจำนวนมากอาจจะมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้ในอนาคต เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่ารายได้และผลตอบแทนที่จะได้จากโครงการเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม รู้สึกปลกใจที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ออกมาระบุว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ไม่ได้เกิดขึ้นในยุคที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าเรื่องนี้ริเริ่มในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการเจรจากับประเทศจีนในลักษณะการร่วมลงทุนคือไทย 60 และ จีน 40 และกรอบการเจรจา ได้ผ่านการให้ความเห็นชอบจากสภาแล้ว ส่วนจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการร่วมทุนไปอย่างไรบ้าง จะต้องติดตามรายละเอียดของตัวร่างกฎหมายเงินกู้ก่อน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยจะจัดนิทรรศการบทเรียนเงินกู้ 4 แสนล้าน ใครเข้มแข็ง เพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับเงินกู้ 4 แสนล้านบาท
ด้านน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กำลังรวบรวมข้อมูลโครงการไทยเข้มแข็งและข้อเท็จจริงเป็นเอกสารอย่างง่ายเพื่อส่งมอบให้กับทางพรรคเพื่อไทย โดยอยู่ระหว่างนัดหมายกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งคาดว่าจะน่าจะสามารถยื่นให้พรรคเพื่อไทยได้ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ต้องการให้พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ข้อมูลทางฝั่งเพื่อไทยนั้นผิดเพี้ยนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรื่องรถไฟความเร็วสูงที่ ทาง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว. คลัง ระบุว่าไม่ได้มามีจุดเริ่มต้นจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งข้อมูลที่ผ่านมาชัดเจนว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเริ่มตั้งแต่ ปี 2552 ซึ่งได้มีการทำเอ็มโอยูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต่อมารัฐบาลนี้ได้นำโครงการนี้ยัดเข้าไปอยู่ในพ.ร.บ.กู้เงิน
นอกจากนี้จะรวบรวมโครงการไทยเข้มแข็งโดยเฉพาะโครงการอ่างเก็ฐน้ำขนาดเล็กงในการแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมในแต่ละจังหวัด แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลไม่มีการดำเนินการต่อ







