posttoday
ความรับผิดทางอาญาของเด็ก

ความรับผิดทางอาญาของเด็ก

18 มีนาคม 2556

ข่าวเด็กประถมทำร้ายเด็กอนุบาล เป็นข่าวใหญ่ตามสื่อ ถ้าดูผิวเผินเหมือนจะเป็นเรื่องของเด็ก แต่ถ้าพิจารณาให้ดี พิจารณามูลเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่คงจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว เพราะการที่เด็กทำร้ายเด็ก มันสะท้อนถึงพื้นฐานการอบรมเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่า เราอบรมสั่งสอนเด็กดีแล้วหรือยัง

ข่าวเด็กประถมทำร้ายเด็กอนุบาล เป็นข่าวใหญ่ตามสื่อ ถ้าดูผิวเผินเหมือนจะเป็นเรื่องของเด็ก แต่ถ้าพิจารณาให้ดี พิจารณามูลเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่คงจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว เพราะการที่เด็กทำร้ายเด็ก มันสะท้อนถึงพื้นฐานการอบรมเด็กที่ผู้ใหญ่ต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่า เราอบรมสั่งสอนเด็กดีแล้วหรือยัง

อย่าให้ถูกด่าผ่านเด็กว่า พ่อแม่ไม่สั่งสอน

การกระทำผิดของเด็ก เป็นเรื่องที่กระทบความรู้สึกของสังคม อะไรก็ตามที่เกิดกับเด็ก สังคมจะให้ความสนใจ แต่ในบ้านเรา แม้จะเกิดมาครั้งแล้วครั้งเล่า มีคนออกมาให้ความเห็น ให้แนวทางการแก้ปัญหามากมายหลากหลาย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้แก้ไขอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนไฟไหม้ฟางหรือวัวหายล้อมคอก

การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ขอใช้คำหรูๆ ของนายกฯหญิงว่า ต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วน การดำเนินการตามกฎหมายอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน

ในแง่มุมทางกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญาได้บัญญัติความรับผิดของเด็กไว้ตามระดับอายุ ดังนี้

อายุไม่เกิน 10 ปี

อายุเกิน 10 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี

อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี

อายุตั้งแต่ 18 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี

ถ้อยคำในทางกฎหมายต้องอ่านด้วยความระมัดระวัง ขอให้สังเกตคำว่า “ไม่เกิน” “เกิน” “ไม่ถึง” “ตั้งแต่” ล้วนแต่มีความหมายแตกต่างกัน

เรามาดูกฎหมายที่บัญญัติไว้

มาตรา 73 เด็กอายุยังไม่เกินสิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดเด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา 74 เด็กอายุกว่าสิบปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ แต่ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) ว่ากล่าวตักเตือนเด็กนั้นแล้วปล่อยตัวไป และถ้าศาลเห็นสมควรจะเรียกบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาตักเตือนด้วยก็ได้

(2) ถ้าศาลเห็นว่า บิดามารดา หรือผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กนั้นได้ ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้แก่บิดามารดา หรือผู้ปกครองไป โดยวางข้อกำหนดให้บิดามารดา หรือผู้ปกครองระวังเด็กนั้นไม่ให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินสามปีและกำหนดจำนวนเงินตามที่เห็นสมควร ซึ่งบิดามารดา หรือผู้ปกครองจะต้องชำระต่อศาลไม่เกินครั้งละหนึ่งหมื่นบาท ในเมื่อเด็กนั้นก่อเหตุร้ายขึ้น

ถ้าเด็กนั้นอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง และศาลเห็นว่าไม่สมควรจะเรียกบิดามารดา หรือผู้ปกครองมาวางข้อกำหนดดังกล่าวข้างต้น ศาลจะเรียกตัวบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่มาสอบถามว่า จะยอมรับข้อกำหนดทำนองที่บัญญัติไว้สำหรับบิดามารดา หรือผู้ปกครองดังกล่าวมาข้างต้นหรือไม่ก็ได้ ถ้าบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ยอมรับข้อกำหนดเช่นว่านั้น ก็ให้ศาลมีคำสั่งมอบตัวเด็กให้แก่บุคคลนั้นไปโดยวางข้อกำหนดดังกล่าว

(3) ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้แก่บิดามารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่ตาม (2) ศาลจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้นเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56 ด้วยก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานอื่นใดเพื่อคุมความประพฤติเด็กนั้น

(4) ถ้าเด็กนั้นไม่มีบิดามารดา หรือผู้ปกครอง หรือมีแต่ศาลเห็นว่าไม่สามารถดูแลเด็กนั้นได้ หรือถ้าเด็กอาศัยอยู่กับบุคคลอื่นนอกจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง และบุคคลนั้นไม่ยอมรับข้อกำหนดดังกล่าวใน (2) ศาลจะมีคำสั่งให้มอบตัวเด็กนั้นให้อยู่กับบุคคลหรือองค์การที่ศาลเห็นสมควรเพื่อดูแล อบรมและสั่งสอน ตามระยะเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้ในเมื่อบุคคลหรือองค์การนั้นยินยอม ในกรณีเช่นว่านี้ให้บุคคลหรือองค์การนั้นมีอำนาจเช่นผู้ปกครองเฉพาะเพื่อดูแล อบรมและสั่งสอน รวมตลอดถึงการกำหนดที่อยู่และการจัดให้เด็กมีงานทำตามสมควร หรือให้ดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นก็ได้ หรือ

(5) ส่งตัวเด็กนั้นไปยังโรงเรียน หรือสถานฝึกและอบรม หรือสถานที่ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกและอบรมเด็ก ตลอดระยะเวลาที่ศาลกำหนด แต่อย่าให้เกินกว่าที่เด็กนั้นจะมีอายุครบสิบแปดปี

คำสั่งของศาลดังกล่าวใน (2) (3) (4) และ (5) นั้น ถ้าในขณะใดภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ ความปรากฏแก่ศาลโดยศาลรู้เอง หรือตามคำเสนอของผู้มีส่วนได้เสีย พนักงานอัยการ หรือบุคคลหรือองค์การที่ศาลมอบตัวเด็กเพื่อดูแล อบรมและสั่งสอน หรือเจ้าพนักงานว่า พฤติการณ์เกี่ยวกับคำสั่งนั้นได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ให้ศาลมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งนั้น หรือมีคำสั่งใหม่ตามอำนาจในมาตรานี้

มาตรา 75 ผู้ใดอายุกว่าสิบห้าปีแต่ต่ำกว่าสิบแปดปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้ศาลพิจารณาถึงความรู้ผิดชอบและสิ่งอื่นทั้งปวงเกี่ยวกับผู้นั้น ในอันที่จะควรวินิจฉัยว่าสมควรพิพากษาลงโทษผู้นั้นหรือไม่ ถ้าศาลเห็นว่าไม่สมควรพิพากษาลงโทษก็ให้จัดการตามมาตรา 74 หรือถ้าศาลเห็นว่าสมควรพิพากษาลงโทษ ก็ให้ลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดลงกึ่งหนึ่ง

มาตรา 76 ผู้ใดอายุตั้งแต่สิบแปดปีแต่ยังไม่เกินยี่สิบปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดมาตราส่วนโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่งก็ได้

ผมยกตัวบทกฎหมายมาให้อ่านกัน ท่านที่ไม่ใช่นักกฎหมายค่อยๆ อ่านก็จะเข้าใจ กฎหมายไม่ยากที่จะทำความเข้าใจครับ เพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำความเข้าใจได้ ภาษากฎหมายเป็นภาษาที่รัดกุม แล้วสัปดาห์หน้าค่อยมาว่ากันต่อ

วันนี้ขอให้ทุกท่านเปิดใจกว้างเป็นนักกฎหมายร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท