
‘กสทช.’ถกทีวีแบนรายการจี้แก้กฎหมายป้องกันจอมืด
กสทช.ถกเหตุไทยพีบีเอสยุติการเผยแพร่รายการตอบโจทย์ ซ้ำรอยเหนือเมฆ 2 จี้แก้มาตรา 37
กสทช.ถกเหตุไทยพีบีเอสยุติการเผยแพร่รายการตอบโจทย์ ซ้ำรอยเหนือเมฆ 2 จี้แก้มาตรา 37
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 18 มี.ค. คณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาและผังรายการ จะพิจารณาเรื่องที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสสั่งยุติการออกอากาศรายการตอบโจทย์ว่าสามารถทำได้หรือไม่ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคที่รับชมรายการ ซึ่งถือเป็นกรณีเหมือนที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ยุติการออกอากาศละครเหนือเมฆ 2
ทั้งนี้ ในการประชุมจะได้สรุปผลกรณีการยุติออกอากาศละครเหนือเมฆ 2 ด้วย ซึ่งจากผลการพิจารณาสรุปว่าช่อง 3 ไม่มีความผิด เนื่องจากเป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 37
“แต่ความเห็นส่วนตัวแล้ว ไม่เห็นด้วย เพราะผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ซึ่งช่อง 3 ควรมีแนวทางเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนและสังคม” น.ส.สุภิญญา กล่าว
สำหรับมาตรา 37 ควรปรับแก้ไขรายละเอียดให้ชัดเจนขึ้น เพราะปัจจุบันกฎหมายกว้างเกินไป โดยมาตรานี้มีข้อห้ามเนื้อหารายการที่มีลักษณะล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นต้นมีลัลักษณะลามกอนาจารหรือมีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการจะเสนอเรื่องทีวีดิจิตอล ให้ช่องบริการสาธารณะประเภท 2 หรือช่องเพื่อความมั่นคงของประเทศโฆษณาได้ 10 นาทีนั้น ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะเวลาโฆษณาใกล้เคียงกับช่องบริการธุรกิจ คือ 12 นาที
นายสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (สสท.) กล่าวว่า เหตุที่ต้องชะลอการออกอากาศรายการตอบโจทย์ตอน 5 เพราะเจรจากับผู้ประท้วงไม่ได้ผล และส่อเค้าจะบานปลาย จึงต้องตัดสินใจนาทีสุดท้ายเพื่อลดการเผชิญหน้าที่สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพนักงานและทรัพย์สินของราชการ ทั้งนี้ยืนยันว่าฝ่ายบริหารและฝ่ายข่าวร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ได้ถูกแทรกแซงหรือกดดันจากบุคคลกลุ่มใด
ทั้งนี้ ผู้ร้องเรียนเป็นผู้ชมผู้ฟังจำนวนหนึ่ง ที่เราต้องฟังเสียงเหมือนกัน จึงขอนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการรับและ พิจารณาเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งเป็นกลไกตามกฎหมาย เพื่อให้เกิด ความรอบคอบ ดังที่เคยเกิดกรณีคล้ายๆ กันนี้ในอดีต ถือว่า เกณฑ์ดังกล่าวจะเอื้อประโยชน์ให้แก่บางช่องที่เข้าข่ายประเภท 2 คือ ช่อง 5 จึงควรให้เวลาโฆษณาน้อยลง และกำหนดเนื้อหาของช่องประเภท 2 ให้ชัดเจนมากขึ้น







