
ศก.สหรัฐทรุดลากยาว10ปี
‘สติกลิทช์’ชี้คิวอีสร้างปัญหาทั่วโลก เตือนเอเชียอย่าใช้เงินสกุลเดียว
‘สติกลิทช์’ชี้คิวอีสร้างปัญหาทั่วโลก เตือนเอเชียอย่าใช้เงินสกุลเดียว
“สติกลิทช์” อดีตที่ปรึกษาประธานาธิบดีคลินตัน ชี้เศรษฐกิจสหรัฐย่ำแย่ลากยาว 10 ปี
นายโจเซฟ สติกลิทช์ ศาสตราจารย์นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล อดีตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีบิล คลินตัน ปาฐกถาเรื่องทิศทางเศรษฐกิจโลก ในการประชุมวิชาการนานาชาติ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. โดยมองว่าเศรษฐกิจในสหรัฐจะไม่สามารถดีขึ้นได้ภายใน 10 ปีจากนี้ การฟื้นฟูเศรษฐกิจในสหรัฐต้องใช้เวลานานกว่าปกติ ซึ่งไม่มีทางที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตได้ถึง 3% ในเวลาอันใกล้
นายสติกลิทช์ กล่าวว่า การอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบทั้งคิวอี 2 และคิวอี 3 ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้น ในทางกลับกันยังสร้างก่อปัญหาให้ทั่วโลกรวมทั้งนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฝืดเคือง อำนาจรัฐบิดเบือนเศรษฐกิจเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มีฐานะดีขึ้น สิ่งเหล่านี้สะท้อนได้จากอัตราการว่างงานในสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับสูง จำนวนคน 1 ใน 6 ของสหรัฐไม่สามารถหางานทำแบบเต็มเวลาได้
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาในสหรัฐที่ถูกวิธีต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ปัญหาที่เกิดขึ้นในสหรัฐขณะนี้คือ การลงทุนในประเทศต่ำมาก สิ่งเหล่านี้จะช่วยเศรษฐกิจมีความแข็งแรงในระยะยาว
“ทุกประเทศควรจำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2551 เกิดจากตลาดไม่มีประสิทธิภาพ สึนามิไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจโลกเสียหาย ปัญหาในสหรัฐและยุโรปเกิดจากสิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น มนุษย์ในสหรัฐและยุโรป รวมทั้งการเมืองที่ทำให้เกิดผลเหล่านี้” นายสติกลิทช์ กล่าว
สำหรับเศรษฐกิจในเอเชียนั้นถือว่าอยู่ในฐานะที่ดี หลายประเทศพยายามทำให้เศรษฐกิจในประเทศตัวเองเติบโตโดยอาศัยการส่งออกให้น้อยลง โดยเฉพาะจีนมีความเป็นไปได้ที่ภายใน 515 ปีข้างหน้า จีนจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้เศรษฐกิจสหรัฐต้องไม่ดีพอ เพราะไม่เช่นนั้นสหรัฐคงไม่ปล่อยให้จีนแซงหน้า แต่ปัญหาของจีนขณะนี้ก็ยังอยู่ที่การกระจายรายได้ ขึ้นกับรัฐบาลจีนจะสามารถบริหารจัดการได้อย่างไร ขณะเดียวกันจีนอาจมีข้อจำกัดในด้านการส่งออกที่ยังต้องพึ่งการเติบโตของสหรัฐและยุโรปด้วย แม้จะมีความพยายามแยกเศรษฐกิจตัวเองออกจากสหรัฐอย่างชัดเจน
นายสติกลิทช์ กล่าวต่อไปว่า การที่ไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นั้น มองว่าอาเซียนไม่ควรใช้เงินสกุลเดียวกัน เพราะเป็นการผูกมัดการเติบโตทางเศรษฐกิจ







