
รวบ2ผัวเมียขี้ยาซิ่งจยย.วิ่งราวทรัพย์
ตำรวจพลับพลาไชย 2 รวบ 2 ผัวเมียขี้ยา หนีบ ลูกวัยขวบ เศษซ้อน ท้ายจยย. วิ่งราวทรัพย์ย่านเยาวราช
ตำรวจพลับพลาไชย 2 รวบ 2 ผัวเมียขี้ยา หนีบ ลูกวัยขวบ เศษซ้อน ท้ายจยย. วิ่งราวทรัพย์ย่านเยาวราช
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่สน.พลับพลาไชย 2 พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 แถลงผลการจับกุมนานธนพล หรือตั้ม กล้าหาญ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.168/2556 ลงวันที่ 15 มี.ค. 2556 และนางสาวศุภศิริ หรือพลอย คุปต์วิวัฒน์ อายุ30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่จ.168/2556 ลงวันที่ 15 มี.ค.2556 ในความผิดฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ ในเวลากลางคืนโดยใช้พาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด และพาทรัพย์นั้นไป โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บริเวณ ปากซอยหิรัญรูจี เขตธนบุรี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากน.ส.ปติมา จิตต์ภักดี อายุ 35 ปีผู้เสียหาย ถูกคนร้ายก่อเหตุกระชากกระเป๋า โดยได้ทรัพย์สินไปหลายรายการบริเวณหน้าร้านทองฮั่วเซ่งเฮง เขตสัมพันธวงศ์ โดยผู้เสียหายระบุว่าขณะรัปทานอาหาร มีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้าย และมีเด็กเล็กนั่งคั่นตรงกลางขับมาประชิดแล้วกระชากกระเป๋าก่อนหลบหนีไป และนางสาวปติมาสามารถจดจำหมายเลขทะเบียนคนร้ายได้อย่างชัดเจนทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ทำการตรวจสอบผู้ครอบครองและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมทั้งประสานไปยังสน. ในพื้นที่ใกล้เคียงจนทราบตัวคนร้าย ก่อนจะติดตามไปจับกุมได้ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงโดยจะเลือกเหยื่อเป็นเฉพาะผู้หญิง โดยวันที่11 พฤศจิกายน 2555 ได้ร่วมกันก่อเหตุกับนายชัชชัย หรือเอก นาสืบ ผู้ต้องหาอีกหนึ่งคนที่ยังหลบหนีอยู่ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ น.ส.เกตุศิริ ฤทธิ์วิรุฬ ผู้เสียหายบริเวณร้านข้าวต้มเขตสัมพันธวงศ์ได้เงินสดไปจำนวน 30,000 บาท ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้
ต่อมาวันที่ 5 มีนาคม 2556 ได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ นางสาวปติมา ผู้เสียหายได้เงินสดและทรัพย์สินอีกหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท
และวันที่ 13 มีนาคม 2556 ผู้ต้องหาและภรรยาพร้อมลูกวัยขวบเศษ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ วิ่งราวทรัพย์นางสาวกุลวนีย์ อินทร์แก้ว ในเขตพื้นที่ราชเทวี ซึ่งเป็นหลานของพลตำรวจตรีกรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน
และจากการตรวจสอบคนร้ายได้ก่อเหตุอีกหลายพื้นที่ ซึ่งทรัพย์สินที่ได้มานั้นจะนำไปขายที่คลองถม และนำมาเงินมาใช้จ่ายทั่วไป รวมถึงเสพยาไอซ์และยาบ้าด้วย ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้อ้างว่าไม่ได้ตั้งใจว่าจะนำลูกไปร่วมก่อเหตุ เนื่องจากวันเกิดเหตุไม่ได้ตั้งใจจะกระชากกระเป๋าแต่บังเอิญพบผู้เสียหายวางกระเป๋าไว้ใกล้ๆตัวและริมถนน จึงได้ลงมือ
อย่างไรก็ตาม พลตำรวจตรีวัลลภ ได้กล่าวว่าจะเร่งติดตามนายชัชชัย หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการที่ยังคงหลบหนีต่อไป







