
ขย่มธปท.ทำบาทแข็ง
กิตติรัตน์ ตำหนินโยบายการเงิน ตัวการทำค่าเงินดอกเบี้ยผิดปกติ
กิตติรัตน์ ตำหนินโยบายการเงิน ตัวการทำค่าเงินดอกเบี้ยผิดปกติ
สถานการณ์ค่าเงินบาทล่าสุดแข็งค่าขึ้นหลุดกรอบ 29.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 2 ปี ทำให้เอกชนเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับการส่งออก ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ระบุว่า นโยบายการเงินของไทยเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าผิดปกติและอัตราดอกเบี้ยก็สูงในระดับที่ผิดปกติเช่นกัน
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ต้องการเห็นเงินบาทมีแนวโน้มที่อ่อนค่าลง หลังจากที่มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือภาคส่งออก
“เป็นความจำเป็นที่เราจะต้องรักษาศักยภาพของการแข่งขันในภาคการส่งออกของประเทศไว้ให้ได้ โดยปัจจัยสำคัญในการรักษาศักยภาพดังกล่าวก็คืออัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่ควรแข็งค่ามากจนเกินไป” นายกิตติรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ดี นายพรายพลคุ้มทรัพย์ อดีตคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า เท่าที่ติดตามดูการดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบันก็ถือว่าเอื้อต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เพราะในจังหวะที่ควรผ่อน กนง.ก็ผ่อนปรนโดยไม่ลังเล ดูแล้วนโยบายการเงินก็ไม่ได้แข็งกร้าวจนเกินไป กนง.จะพิจารณาเศรษฐกิจคู่ไปด้วยเสมอ
จังหวะที่ควรเอื้อก็เอื้อไม่น้อย เช่น ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ผ่านมาหรือในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจก็มีการลดดอกเบี้ยลงค่อนข้างมาก เพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดูโดยรวมกนง.มีการดูจังหวะของเศรษฐกิจประกอบเสมอ ไม่ใช่ว่าจะดูแต่กรอบเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตามกนง.ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมายและมีกรอบในการทำงานที่แบ่งกันชัดเจนแล้วพอควร
“นโยบายการเงินเขาเอื้อระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องค่าเงินบาทเป็นเรื่องของปัจจัยจากภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ ต่างประเทศเขามีปัญหากดดันเงินไหลเข้ามา บวกกับประเทศไทยก็มีการขยายตัวที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในโลก ทั้งประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา และเมื่อดูเทียบกับประเทศในภูมิภาค ไทยดีขึ้นจริงๆ ค่าเงินบาทก็ต้องแข็งขึ้นบ้าง ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยทุกวันนี้ก็ต่ำพอสมควรแล้ว มีเหตุผลที่อธิบายกับสาธารณชนได้ ผมไม่คิดว่ากนง.และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะแข็งกร้าว เพราะเขามีเหตุผล เพราะถึงที่สุดถ้า กนง.เอื้อให้ได้ เขาเอื้อให้แล้ว แต่ถ้าเอื้อให้ไม่ได้ ก็คือไม่ได้” นายพรายพล กล่าว
นายพรายพล กล่าวต่อว่า นโยบายการเงินในอันที่จะก่อให้เกิดปัญหา และไม่เหมาะสมธปท.คงให้ไม่ได้ เพราะการดำเนินนโยบายการเงินต้องยึดหลักเหตุผล บนข้อมูลที่รอบครอบ ไม่ตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน ผมเชื่อแน่ว่าทุกครั้งที่กนง.ดูนโยบายการเงินกันอย่างละเอียดละออ จากประสบการณ์ของผมต้องซักไซร้ สอบถามข้อมูลกันจนมั่นใจ บางครั้งเริ่ม 8 โมงเช้าถึงเที่ยงวันยังไม่จบก็มี เพราะการตัดสินใจต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูลพร้อมเพียง จะไปอาศัยความรู้สึกไม่ได้ ความเป็นอิสระเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าไม่อิสระจะไม่เป็นผลดีในระยะยาว นโยบายการเงินอยู่ได้เพราะความน่าเชื่อถือ ถ้าการเมืองกดดันและสั่งได้ ความน่าเชื่อถือจะหมดไปทันทีถ้าสั่งได้และยิ่งรู้ว่านำไปสู่ความเสี่ยงความน่าเชื่อถือจะไม่มี เหมือนค่าของเงินถ้าไม่เชื่อ ถ้าสั่งให้เป็นไปได้ค่ามันจะลดทันที







