
เยอรมันเผยผลวิจัยโรคภูมิแพ้ในเด็ก
นักวิจัยชาวเยอรมันเผยผลวิจัยโรคภูมิแพ้ในเด็กแนะเลี้ยงลูกด้วยนมวัว ห้ามเลี้ยงสัตว์ในบ้านช่วยต้านทานได้
นักวิจัยชาวเยอรมันเผยผลวิจัยโรคภูมิแพ้ในเด็กแนะเลี้ยงลูกด้วยนมวัว ห้ามเลี้ยงสัตว์ในบ้านช่วยต้านทานได้
ศ.นพ.อุลริค วาห์น ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ระดับโลก ในเยอรมัน เปิดเผย ผลวิจัยโรคภูมิแพ้ว่า ประชากรที่อยู่ในพื้นที่เขตเมืองมีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าประชากรที่อยู่ในพื้นที่ชนบท เพราะสารที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ได้แก่ ไรฝุ่น ขนสัตว์ มลภาวะ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในสังคมเมือง
การศึกษาวิจัยแบบระยะยาวตั้งแต่ปี 1990 นาน 20 ปี พบว่า เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ เกิดจากการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ของมารดา 4 ประเภท ได้แก่ เยื่อบุจมูกอักเสบ โรคหอบหืด โรคผื่นแพ้ทางผิวหนัง และโรคแพ้อาหาร และหากแม่ หรือพ่อมีพาหะหรือเป็นโรคภูมิแพ้ โอกาสที่ทารกจะเป็นโรคภูมิแพ้เช่นกัน
นอกจากนี้จากการวิจัยเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 10 ขวบ พบว่า เด็กที่ดื่มนมวัว มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้มากกว่าเด็กที่ดื่มนมผง จึงไม่ควรให้นมวัวแก่ทารกแรกเกิด เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพของเด็ก ปัจจุบัน การป้องกันโรคภูมิแพ้สามารถดูแลได้ด้วยหลักโภชนาการ 3 หลักคือ ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด และหากนมแม่ไม่เพียงพอสามารถเลี้ยงลูกโดยนมผงที่มีส่วนผสมของ H.A. และมารดาควรงดเว้นการสูบบุหรี่ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ อีกทั้งมารดายังจำเป็นจะต้องรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิตให้สมบูรณ์ แข็งแรงอีกด้วย
นอกจากนี้ ในการศึกษายังพบอีกว่า การเลี้ยงสัตว์ในบ้านเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระตุ้นอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องให้แสดงออกมากยิ่งขึ้น จึงแนะนำให้เลี้ยงสัตว์นอกบ้านจนกระทั่งเด็กอายุครบ 10 ขวบ เพราะถือเป็นช่วงอายุที่มีภูมิต้านทานโรคที่แข็งแรงแล้ว







