
สุกำพลแจงสภาถกเตียบันห์ไม่กระทบคดี
รมว.กลาโหม แจงกระทู้สภา ยันถกเตีย บันห์ พระวิหารไม่กระทบคดีศาลโลก
รมว.กลาโหม แจงกระทู้สภา ยันถกเตีย บันห์ พระวิหารไม่กระทบคดีศาลโลก
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ตอบกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า การเดินทางไปหารือกับพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมกัมพูชา ที่ปราสาทพระวิหารนั้นในวันที่ 26 ก.พ. นั้น ตนเป็นผู้โทรนัด พล.อ.เตียบันห์เอง โดยระบุสถานที่ขอเจอกันบนปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นเขตแดนของกัมพูชา และการคุยครั้งนี้ตนคิดเองเพราะเป็นเรื่องหมูๆ ไม่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และการคุยก็ไม่ได้พบเพียง 2 คน แต่คุยกันประมาณ 10 กว่าคน
อย่างไรก็ตาม การติดต่อประสานงานของกระทรวงกลาโหม โดยกรมกิจการชายแดนทหาร กระทรวงการต่างประเทศเป็นเพียงแค่ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมคณะไม่มีการโรงแรมสุรินทร์มาเจสติกตามที่เป็นข่าวก่อน รวมทั้งไม่ได้มีข้อทักท้วงใดๆ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ที่ไปด้วยได้รายงานไปถึงนายวีระชัย พลาดิศัย เอกอัครทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ ในฐานะหัวหน้าต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ว่าการไปพบปะถ่ายรูปร่วมกันครั้งนี้ ไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีของศาลโลก
พล.อ.สุกำพล กล่าวว่า การไปครั้งนี้ไม่มีการเชิญมา ตนเองในฐานะประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี) กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้จองโรงแรมสุรินทร์มาเจสติกไว้ การติดต่อประสานงานดังกล่าวเป็นเรื่องของกระทรวงกลาโหม โดยกรมกิจการชายแดนทหาร ส่วนกระทรวงการต่างประเทศเพียงแค่ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมคณะ และไม่ได้มีข้อทักท้วงใดๆ ทั้งนี้ การพูดคุยครั้งนี้เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ของชายแดนให้มั่นคงและมั่งคั่ง และเรื่องที่คุยกับเตียบันห์ เป็นเรื่องการเข้มงวดเรื่องไม้พะยูง การแก้ไขปัญหาชายแดนแบบฉันท์มิตร
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามว่า เกรงกว่าการไปพบปะกันจะ เพลี่ยงพล้ำเหมือนกรณีในอดีตสมัยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพหรือไม่ ที่ขึ้นไปโดยมีการปักธงชาติฝรั่งเศสอยู่บนนั้น และฝ่ายไทยก็ไม่ได้โต้แย้งประเด็นนี้ จึงถูกกฎหมายปิดปากของศาลโลกบังคับอยู่ จึงอยากทราบว่าท่านไปโดยคำเชิญใคร ไปเจอกันตรงไหนอย่างไร เพราะเป็นสาระสำคัญที่อาจทำให้ศาลโลกอาจหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้มีข้อห่วงใย เพราะก่อนหน้านี้มีการจัดเตรียมความพร้อมที่จะเจอกันที่ โรงแรมสุรินทร์มาเจสติก แต่ทำไมมาเปลี่ยนสถานที่ภายหลัง และมีข้อสังเกตว่ากองทัพเองก็ไม่เห็นด้วยที่จะไปพบกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตว่าก่อนที่พล.อ.อ.สุกำพลจะไปพบกับพล.อ.เตียบันห์ในวันที่ 26 ก.พ. เกิดขึ้นภายหลังพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางออกจากกัมพูชาไปฮ่องกงในวันที่ 21 ก.พ. การเปลี่ยนสถานที่พบปะกันดังกล่าว เป็นเพราะทำตามคำแนะนำของพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ และอยากถามว่ามีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว หรือประโยชน์ของประเทศชาติ







