
เปิดเออีซีขนส่งใต้ส่อโคม่า
ผวาคู่ค้าเลิกจ้างหันซบมาเลเซียแทนเหตุต้นทุนต่ำราคาน้ำมันถูก
ผวาคู่ค้าเลิกจ้างหันซบมาเลเซียแทนเหตุต้นทุนต่ำราคาน้ำมันถูก
เอกชนหวั่นเปิดเออีซีภาคขนส่งใต้คู่ค้าเผ่นใช้บริการมาเลเซียแทน เหตุต้นทุนต่ำ น้ำมันถูกลิตรละ 19 บาท
นางรุ่งรัตน์ ชัยจีระธิกุล นายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ เปิดเผยว่า เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ปี 2558 ภาคอุตสาหกรรมขนส่งภาคใต้เสียเปรียบประเทศมาเลเซียเข้าขั้นวิกฤตจนอาจไม่สามารถแข่งขันกับมาเลเซียได้ เนื่องจากคู่ค้าเลิกใช้บริการภาคขนส่งไทยเหตุต้นทุนสูง ผลพวงจากราคาน้ำมันแพง ที่ปัจจุบันลิตรละเกือบ 40 บาท เมื่อเทียบกับมาเลเซียต้นทุนต่ำเพราะน้ำมันถูกลิตรละประมาณ 19 บาท
“น้ำมันคือหัวใจของภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ น้ำมันแพงส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตรงข้ามกับประเทศมาเลเซียใช้น้ำมันถูกกว่าไทยมาก ซึ่งจะทำให้ไทยเสียเปรียบมาเลเซียแน่ๆ แต่หากจะหันไปใช้ก๊าซเอ็นจีวีก็ขาดแคลน ปั๊มก๊าซไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งยังต้องเข้าคิวรอเติมก๊าซเป็นเวลานาน” นางรุ่งรัตน์ กล่าว
นายกสมาคมโลจิสติกส์ฯ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางสมาคมเตรียมวางแผนดำเนินการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการมีความเข้มแข็ง ส่วนภาครัฐและเอกชนก็จะต้องตื่นตัวที่จะก้าวไปสู่เออีซี ขณะเดียวกันก็ควรตั้งรับว่าจะรับมืออย่างไรกับการรุกเข้ามาของกลุ่มประเทศสมาชิกเออีซี โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ติดกับไทยที่ได้เปรียบด้านภาคขนส่งต้นทุนต่ำเพราะใช้น้ำมันราคาถูก
ทั้งนี้ หลังเปิดเออีซีโลจิสติกส์และภาคขนส่งถือว่าเป็นกลไกสำคัญการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม และการบริการของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางด้านโลจิสติกส์ การแข่งขันที่รุนแรงเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ ของไทย เพราะโลจิสติกส์และภาคขนส่งไทยมีต้นทุนที่สูง จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เพราะจะไม่มีใครจ้าง ดังนั้นภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือด้านต้นทุนราคาน้ำมัน
นายสุรชัย จิตภักดีบดินทร์ สมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) กล่าวว่า การเข้าสู่เออีซีเป็นที่น่าหวั่นวิตกว่าประเทศไทยจะต้องแข่งขันอุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์กับประเทศมาเลเซีย ซึ่งยอมรับว่าไทยเสียเปรียบมาเลเซียมากเพราะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าของไทย ประมาณ 20% เพราะมาเลเซียผลิตน้ำมันได้เอง ดังนั้นไทยจำเป็นต้องพัฒนาโลจิสติกส์ หาแนวทางแก้ไข







