
ตุ๋นสาว5ล้านผ่านเว็บหาคู่
โพสต์รูปอ้างเป็นนักดนตรีหน้าตาดีแชตหลอกล่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี
โพสต์รูปอ้างเป็นนักดนตรีหน้าตาดีแชตหลอกล่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี
จับนักดนตรีกำมะลอลวงเหยื่อผ่านเว็บ ตุ๋นเงินกว่า 5 ล้าน ไปลงทุนเปิดร้านอาหาร
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับจับกุม นายชัยณรงค์ ฉิมนอก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น ได้ที่ซอยรามคำแหง 164 แขวงและเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายหลัง น.ส.นุ่น และ น.ส.นุช (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ ว่าถูกนายชัยณรงค์ หลอกลวงให้โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกว่า 4 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อประมาณเดือน ส.ค. 2555 น.ส.นุ่น หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้เข้าไปเสิร์ชข้อมูลผ่านเว็บไซต์กูเกิลดอทคอมเพื่อหาเว็บไซต์หาคู่ และได้สมัครสมาชิกในเว็บไซต์ www.jubkoo.com จนได้แชตกับนายชัยณรงค์ ซึ่งขณะนั้นอ้างตัวว่าชื่อ นายเจนพิทักษ์ โสมนัสศิริวัฒนา ณ อยุธยา มีอาชีพเป็นนักดนตรีและโปรดิวเซอร์ให้กับ อัสนีวสันต์ โชติกุล
ขณะเดียวกันยังใช้ภาพของบุคคลอื่นที่หน้าตาดีมาโพสต์ พร้อมกับแสดงสถานะว่าครอบครัวมีฐานะดี เคยไปทำงานที่ญี่ปุ่น ภายหลังได้พูดคุยกันผ่านโปรแกรมแชต จึงเกิดความเชื่อใจยอมแลกเบอร์โทรศัพท์และยอมโอนเงินไปให้ผู้ต้องหาร่วม 4 ล้านบาท
“เขามีวิธีการพูดจาหว่านล้อมจนเราต้องหลงเชื่อคารมและยอมใจอ่อนทำตาม” ผู้เสียหายรายนี้ ระบุ
ด้านนายชัยณรงค์ ให้การว่า เป็นนักดนตรีเล่นตามผับต่างๆ ใน กทม. และมีครอบครัวแล้ว ช่วงเกิดเหตุได้โพสต์รูปภาพและชื่อบุคคลอื่นผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวจริง ทำความรู้จักกับบรรดาผู้เสียหายที่เข้ามาติดต่อและพูดคุยผ่านโปรแกรมแชต รายใดที่เริ่มสนิทกันก็จะยอมเปิดเผยตัวตน
นายชัยณรงค์ ให้การด้วยว่า หากผู้เสียหายรายไหนต้องการจะคบหากับต่อไปก็จะนัดพบกัน ยืนยันว่าทุกรายที่ผ่านมาคบหากันจริง และได้ขอหยิบยืมเงินจากผู้เสียหายไปลงทุนทำร้านอาหารชื่อร้านแอดกู้ด ตั้งอยู่ที่ซอยมิสทีน ย่านรามคำแหง
“แต่ละครั้งจะยืมเงินหลักหมื่นถึงแสนบาท ผมยอมรับว่ามีนิสัยเจ้าชู้ คุยสนุก ผมอยากจะขอโทษผู้เสียหาย ขอโทษที่ทำตัวไม่ดี และผมยินดีจะนำเงินที่ได้มาคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมด” นายชัยณรงค์ กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ผู้ต้องหาได้หลอกลวงผู้เสียหายมาแล้วหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกว่า 5 ล้านบาท ขณะนี้ได้สอบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมกระทำความผิด ทั้งผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีธนาคารต่างๆ ที่ได้รับการโอนเงินจากผู้เสียหาย หลังจากนั้นจึงพิจารณาดำเนินคดีตามความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง







