
อย่าใช้อำนาจนำ
ระบบบริการสุขภาพของประเทศเป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
ระบบบริการสุขภาพของประเทศเป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนทุกคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินมาถูกทางที่ประกาศบูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพ เริ่มด้วยนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉิน รักษาทุกที่ ไม่ถามสิทธิ ไม่คิดเงิน มีเสียงตอบรับด้วยดี หากเร่งผลักดันชุดสิทธิประโยชน์แต่ละโรคแต่ละกองทุนให้เท่าเทียมมากกว่าเดิม ประชาชนก็จะยิ่งเข้าถึงการบริการที่ดียิ่งขึ้น
ถึงยุคคุณหมอประดิษฐ สินธวณรงค์ มาเป็น รมว.สาธารณสุข เข้าสู่เดือนที่ 6 ดูเหมือนนโยบายด้านสาธารณสุขจะเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม
คุณหมอประดิษฐมุ่งหน้าปฏิรูปกระทรวงโดยใช้อำนาจนำ เตรียมจะตั้งคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณสุขแห่งชาติ (คสช.) ขึ้นมาใหม่ ให้นายกรัฐมนตรีนั่งประธาน ทั้งที่มีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติทำหน้าที่อยู่แล้ว
แม้ตั้งใจจะกำหนดทิศทางนโยบายภาพรวมให้ชัดเจน แต่ดูจะเป็นการเพิ่มความอืดอาดยืดยาดให้มากกว่าเดิม และไม่สอดคล้องสภาพความเป็นจริง เนื่องจากการแตกย่อยให้มีหน่วยงานอิสระมาขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขก็เพื่อหลีกหนีระบบราชการที่ไม่สามารถตอบสนองความเปลี่ยนแปลงได้
รัฐมนตรีสาธารณสุขกำลังจะเดินถอยหลังไปนับหนึ่งใหม่ โดยเปิดทางให้ฝ่ายการเมืองและข้าราชการชี้นำทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ
คุณหมอประดิษฐกำลังจะดึงอำนาจในหน่วยงานตระกูล ส. ทั้งหมดมากำกับดูแลให้ตอบสนองนโยบายทางการเมือง ซึ่งปี พ.ศ.นี้ มีความพยายามส่งตัวแทนฝ่ายการเมืองเข้าไปนั่งในหลายหน่วยงาน
ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และอื่นๆ อีก
สัญญาณนี้หวังจะควบคุมสั่งการชี้นำหน่วยงานเหล่านี้โดยฝ่ายการเมือง ตัดตอนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน โดยทั้งหมดนี้ไม่มีเนื้อหาสาระสำคัญว่าประชาชนจะได้บริการอะไรที่ดีกว่าเดิม
นอกจากต้องการเผด็จอำนาจให้รวมศูนย์อยู่ในจุดเดียว
ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขบางกลุ่มอาจพอใจหากอำนาจจะกลับมาอยู่ในมือมากขึ้น แต่ควรตั้งคำถามและตอบตัวเองให้ได้ว่า ทั้งหมดนี้ผู้รับบริการจะได้ประโยชน์อะไร จะทำอย่างไรไม่ให้กระทรวงแห่งนี้กลายเป็นแหล่งผลประโยชน์ที่ฝ่ายการเมืองเข้ามาตักตวง
หากตอบไม่ได้ ข้าราชการกระทรวงหมอคงต้องตอบผู้เสียภาษีว่า หน้าที่ที่ได้รับมามีไว้รับใช้ใคร







