
ชี้เฮดจ์ฟันด์ป่วนราคาทองช่วงสั้น
ผู้จัดการกองทุนแนะ กอดกองทุนทอง ถือยาว ชี้ราคาป่วนแค่ชั่วคราว ช้อนซื้อได้
ผู้จัดการกองทุนแนะ กอดกองทุนทอง ถือยาว ชี้ราคาป่วนแค่ชั่วคราว ช้อนซื้อได้
บลูมเบิร์กรายงานว่า กระแสการเทขายทองคำของนักลงทุนทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดทองคำเริ่มต้นปี 2556 ได้เลวร้ายที่สุดในรอบ 25 ปี และการเทขายทองคำครั้งใหญ่ในปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กำลังส่งผลให้เกิดความวิตกขึ้นว่าตลาดทองคำจะเผชิญกระแสการเทขายทิ้งที่ต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา
รายงานระบุว่า ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกต่างแห่เทขายสัญญาทองคำไปแล้วถึง 106.2 เมตริกตัน มูลค่า 5,400 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นการขายทิ้งครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการเปิดตลาดซื้อขายสัญญาทองคำในปี 2546 และยังมีการเทขายทองคำต่อเนื่องอีก 26.1 ตัน ในเดือน มี.ค.
ก่อนหน้านี้ ธนาคารเครดิต สวิส กรุ๊ป และธนาคารบาเคลย์ส ระบุว่า ราคาทองคำจะหยุดการไต่ขึ้นต่อเนื่องมาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ในปี 2556 นี้ โดยปัจจุบันราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 4% ของภาวะตลาดหมี
“ขณะนี้มีความเชื่อกันว่าเศรษฐกิจโลกกำลังปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่จะทำให้อัตราดอกเบี้ยกลับมาขยับสูงขึ้นในเวลาต่อมา และอาจเป็นเหตุผลให้เงินไหลออกจากการลงทุนในทองคำ” จอห์น ทูเฮย์ ประธานฝ่ายการลงทุนอิควิตีของบริษัท ยูเอสเอเอ อินเวสต์เมนท์ กล่าวกับบลูมเบิร์ก
ทั้งนี้ ราคาทองคำโลกปรับตัวลงไปแล้ว 5.6% ในปีนี้ หลังจากปิดตลาดในลอนดอนเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ระดับ 1,581.55 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปิดตลาดในราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2531
รายงานระบุว่า บรรดาเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ของโลกต่างก็ลดการลงทุนทองคำกันอย่างต่อเนื่อง
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล กล่าวว่า การปรับตัวลงของราคาทองคำอย่างต่อเนื่องในรอบนี้ หากนักลงทุนที่มีการลงทุนในกองทุนทองคำอยู่แล้ว ไม่แนะนำให้ขาย เนื่องจากการลงทุนในทองคำเป็นการกระจายการลงทุนและกระจายความเสี่ยง ส่วนนักลงทุนที่ยังไม่มีทองคำแนะนำให้ซื้อ
นอกจากนี้ ไม่แนะนำให้ซื้อขายทองคำในรูปแบบของการเก็งกำไรในระยะสั้น เนื่องจากระยะสั้นมีความผันผวนสูง โดยมีปัจจัยหลักคือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น
นายเจษฎา กล่าวว่า กรณีที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์เทขายทองออกมาจำนวนมาก เนื่องจากกองทุนมีเป้าหมายกำไรที่ชัดเจน ดังนั้นเมื่อราคาทองไม่ปรับเพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องปรับลดสัดส่วนการลงทุนลงและไปลงทุนสินทรัพย์อื่นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่าแทน จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ราคาทองคำมีความผันผวนในระยะสั้น







