posttoday
"อีซีบี" ก้าวไม่ทันปัญหาหนียูโรเสี่ยงปะทุซ้ำ

"อีซีบี" ก้าวไม่ทันปัญหาหนียูโรเสี่ยงปะทุซ้ำ

12 มีนาคม 2556

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วสำหรับการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วสำหรับการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.75% เอาไว้ต่อไปเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกับได้ตัดลดคาดการณ์จีดีพีในปีนี้ว่าจะหดตัวลงต่อเนื่องจากปีก่อน โดยลดลงมาอยู่ที่ติดลบ 0.5% จากเดิมติดลบ 0.3% ขณะที่ปี 2012 หดตัวลงติดลบ 0.6%

แม้ว่าการตัดสินใจของอีซีบีในการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เอาไว้ในครั้งนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าอีซีบียังคงไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์วิกฤตหนี้ยุโรปอยู่ แต่นั่นก็ได้สร้างความผิดหวังให้กับเหล่าบรรดาผู้กำหนดนโยบาย และผู้ติดตามสถานการณ์ความคืบหน้าวิกฤตหนี้ยุโรปอย่างมาก

เพราะมติของอีซีบีที่ออกมาในครั้งนี้ ดูจะล่าช้าไม่ทันการณ์กับความเป็นไปของปัญหาในปัจจุบันเลย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากผลการเลือกตั้งในอิตาลีที่ไม่มีพรรคไหนได้รับชัยชนะขาด จนอาจส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลไม่เข้มแข็ง และนั่นก็ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจตามไปด้วย

ล่าสุด บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ได้ออกมาตัดลดเครดิตรัฐบาลอิตาลีลงมาเหลือยู่ที่ BBB+ แล้ว พร้อมกับเสริมว่า ในอนาคตอาจตัดลดลงอีก เนื่องจากรัฐบาลแดนมะกะโรนีส่อแววว่าจะไร้เสถียรภาพจากผลการเลือกตั้งที่ไม่มีฝ่ายไหนชนะเด็ดขาด ขณะที่ในปีนี้เศรษฐกิจของอิตาลีคาดว่าก็จะยังคงหดตัวที่ลบ 1.8% ในปีนี้ ขณะที่ปีก่อนหดตัวที่ติดลบ 2.4%

ขณะที่ปัจจัยตัวเลขทางเศรษฐกิจอื่นๆ ก็มีทีท่าว่าจะเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง เช่น การว่างงานในสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะขยับสูงขึ้นต่อไปที่ 12.2% ขณะที่ดัชนีภาคการผลิต (พีเอ็มไอ) ที่จัดทำโดยบริษัท มาร์กิต ก็ออกมาเผยแล้วว่า ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะหดตัวต่อเนื่องต่อไปที่ 47.9 จุด ขณะที่เดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 48.6 จุด

นอกจากนี้ เมื่อฟังเหตุผลการตัดสินใจของอีซีบีที่ระบุว่าจะยังคงนโยบายที่เหมาะสมต่อไปตราบเท่าที่มีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และอีซีบีจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะเลือกลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงภาวะเศรษฐกิจเมื่อไรนั้น ก็ดูเหมือนจะเป็นเครื่องตอกย้ำได้ชัดว่า อีซีบีไม่ได้ตระหนักถึงความเร่งด่วนของปัญหาเลยแม้แต่น้อย

จึงไม่แปลกใจที่มติของอีซีบีที่ออกมาในครั้งล่าสุดจะได้รับเสียงก่นด่ามากกว่าคำชม

ตอกย้ำได้จากแถลงการณ์ของ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ออกมากล่าวเตือนสติธนาคารกลางยุโรปเมื่อเร็วๆ นี้ว่า อีซีบียังคงมีช่องว่างในการอัดฉีดโดยใช้นโยบายการเงินเพิ่มเติมได้อยู่ เห็นได้จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงมาเหลืออยู่ที่ 1.8% ในเดือนที่แล้ว ในขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อปีนี้ยูโรโซนน่าจะอยู่ที่ 1.6% และคาดว่าจะลดลงไปเหลืออยู่ที่ 1.4% ในปี 2014

“เหล่าบรรดาผู้กำหนดนโยบายของอีซีบีควรจะสร้างความมั่นใจต่อการใช้มาตรการที่ช่วยประคับประคองทิศทางการฟื้นตัวไปจนกว่าจะมีการจ้างงานและค่าจ้างกลับมาอย่างแข็งแกร่งเสียก่อน” ลาการ์ด กล่าว

หากกล่าวเข้าใจง่ายกว่านั้นก็คือ ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟต้องการจะบอกกับยุโรปว่า อย่าเพิ่งวางใจกับมาตรการที่ใช้อยู่ เพราะการนิ่งนอนใจต่อการใช้มาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ในตอนนี้นั้น อาจทำให้วิกฤตหนี้ยุโรปกลับมาเลวร้ายลงอีก โดยเฉพาะการว่างงานในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ยังสูงอยู่ถึง 11.9% หรือมีคนตกงานมากกว่า 19 ล้านคน

ฉะนั้น อีซีบีจึงควรเพิ่มบทบาทในการลุยกระตุ้นและประคับประคองสถานการณ์เศรษฐกิจให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อีซีบียังมีความสามารถที่จะแสดงบทบาทได้อยู่

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายฝ่ายพยายามเถียงว่า ที่ผ่านมาอีซีบีได้ดำเนินบทบาทเชิงรุกมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระยะยาว (แอลทีอาร์โอ) ถึง 2 ครั้ง รวมมูลค่ากว่า 1.01 ล้านล้านยูโร (ราว 39.39 ล้านล้านบาท) หรือมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศที่ประสบปัญหา (โอเอ็มที) แต่มาตรการเหล่านั้นที่ออกมาก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากปัจจัยและแรงบีบทางการเมือง มากกว่าจะเป็นการตัดสินใจที่เกิดจากการเห็นพ้องของอีซีบีเอง

เพราะส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ในมุมมองที่อีซีบีมีต่อหน้าที่ของตนเองก็มักจะยึดติดอยู่กับการมองว่าองค์กรดังกล่าวมีหน้าที่เป็นแค่ผู้ช่วยและให้การสนับสนุนเท่านั้น ไม่ใช่ผู้มีบทบาทหลักในการแก้ปัญหาเหมือนเช่นรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายรัฐ ฉะนั้น จึงทำให้ “อีซีบี” เลือกที่จะดำเนินนโยบายและมาตรการอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด

จึงเป็นที่น่าจับตาว่า ผลจากการประชุมและการตัดสินใจคงดอกเบี้ยของอีซีบีเอาไว้ครั้งนี้ จะส่งผลต่อภาวะวิกฤตหนี้ยุโรปให้กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้งหนึ่งตามที่หวาดกลัวกันไว้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท