posttoday
เชียงรายรับมือยาบ้าทะลัก

เชียงรายรับมือยาบ้าทะลัก

12 มีนาคม 2556

ตำรวจเชียงรายรับมือยาบ้าทะลัก บูรณการทุกหน่วยสกัด

ตำรวจเชียงรายรับมือยาบ้าทะลัก บูรณการทุกหน่วยสกัด

เรียกว่าไม่เป็นอันกินอันนอน สำหรับ "บิ๊กป้อม" พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต ผบก.ภ.จ.เชียงราย  ที่จะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำกับการสกัดยาบ้าที่ทะลักจากฝั่งพม่าเข้ามาประเทศไทยตามตะเข็บชายแดนจังหวัดเชียงราย

พล.ต.ต.วันชัย บอกว่า ขบวนการค้ายาบ้าเร่งนำยาบ้าเข้ามาประเทศไทยเพราะเกิดการขาดแคลนอย่างหนักเนื่องจากการปราบปรามของรัฐบาล ดังนั้นการจับแต่ละครั้งจึงมีจำนวนเม็ดยาเป็น”บิ๊กล็อต”คือว่ากันเป็นล้านๆเม็ด

กรณีล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มีนาคม  พล.ต.ต.วันชัย  ร่วมกับ พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเดินทางไปตรวจสอบเหตุประทะกันระหว่างตำรวจปส. กับขบวนการค้ายาเสพติด เหตุเกิดบนเส้นทางสายเชียงราย-เทิง ที่บริเวณบ้านเชียงเคี่ยน อ.เทิง จ.เชียงราย โดยคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม 2 คน จับกุมอีก 4 คน ยึดยาบ้าซึ่งซุกเอาไว้ในรถดูดส้วมได้ 2 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 50 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 650 ล้านบาท

นโยบายรัฐบาลนอกจากจะกวาดล้างผู้ค้ารายใหญ่แล้ว ยังมุ่งเน้นทำลายเครือข่ายรายย่อยที่อยู่ในพื้นที่  ดังนั้นการทำงานจึงมีลักษณะของการบูรณาการสนธิกำลัง

เป็นที่น่าสังเกตว่า ขบวนการค้ายานรก ถูกกดดันถูกบีบอย่างหนัก ดังนั้นจะเห็นได้ว่า มักจะปะทะกับเจ้าหน้าที่โดยมีกองกำลังติดอาวุธคุ้มกัน ดังนั้นเมื่อมีหลายหน่วยงานที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญมาบูรณาการทำงานร่วมกันก็ต้องถือว่าเป็นกุศลแก่ลูกหลานไทยที่จะไม่ตกเป็นทาสยาบ้า  ที่สำคัญการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานเกี่ยวข้องควรยึดหลัก “ปิดทองหลังพระ” อย่าเน้นการทำงานเอาหน้า แล้วกล่าวหาว่าร้ายโจมตีพันธมิตรด้วยกันเองเพราะจะพลอยทำให้เสียขบวน


เท่าที่แหล่งข่าวเปิดเผย  แม้จะปราบกันหนัก จับได้เป็น “บิ๊กล็อต” แต่จำนวนยาบ้าที่จ่อทะลักพื้นที่ชายแดนโดยหวังใช้จังหวัดเชียงรายเป็นเส้นทางผ่านก็มีอีกมหาศาลนับสิบนับร้อยล้านเม็ด

สิ่งที่ประชาชนต้องเข้าใจร่วมกันก็คือ อย่าไปคิดว่า ทำไมการจับแต่ละครั้งต้องให้ ปปส.หรือหน่วยงานจากส่วนกลางไปจับ เพราะข้อเท็จจริงคือการทำงานร่วมกัน ดังที่ พล.ต.ต.วันชัย บอกว่า “บางครั้ง ตำรวจในพื้นที่ไม่ตั้งด่านเพราะได้รับการประสานงานจาก ตำรวจ ปส.เพื่อให้คนร้ายเข้ามาในพื้นที่ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เพื่อสามารถจับกุมได้โดยลดการสูญเสียน้อยที่สุด”

แน่นอนว่า ผลงานการจับกุมแต่ละครั้ง นอกจาก พล.ต.ต.วันชัย เป็นหัวขบวนเร่งรัดการทำงานแล้วก็ต้องนับว่า การมีมือไม้คอยช่วยเหลือในการทำงานก็ยิ่งทำให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น  พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย  รวมถึง  พ.ต.อ.มานพ เสนากูล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชียงแสน

พ.ต.อ.ชูวิทย์ ยอมรับว่า เชียงรายเป็นจังหวัดที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้นหน้าที่ของตำรวจคือไม่ควรให้ปัญหาอาชญากรรมหรือปัญหาสังคมขยายตัวตามตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งก็ต้องใช้กลยุทธ์ทั้งปราบปรามและป้องกัน

ขณะเดียวกันปฏิเสธไม่ได้ว่าพื้นที่จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ติดแนวชายแดนดังนั้นปัญหาที่จะเกิดตามตะเข็บชายแดนย่อมมีมากตามมา โดยเฉพาะเมื่อจะเกิดประชาคมอาเซียนด้วยแล้วนอกจากตัวเลขเติบโตทางเศรษฐกิจสิ่งที่จะตามมาและหากไม่ตั้งรับก็คือปัญหาสังคม

สิ่งที่เห็นเป็นสัญญาณดีก็คือ ความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจจีน ซึ่งทุกวันนี้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมกันที่ อ.เชียงแสน หลังปิดคดีเจ้าหน่อคำ-โจรสลัดแม่น้ำโขงที่ปล้นเรือสินค้าของจีน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยกันอีก

ต้องยอมรับว่า เมื่อจีนเห็นว่า พลเมืองของประเทศเขามีความปลอดภัยก็ต้องยอมเปิดไฟเขียวให้เข้ามาทำมาค้าขายกับไทยซึ่งมูลค่าปีหนึ่งเป็นหมื่นๆล้าน

พ.ต.อ.มานพ กล่าวว่า ตำรวจเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกนอกจากทักษะในการปราบปรามคดีความต่างๆแล้ว ทักษะอื่นๆเช่นภาษาจีน ภาษาอังกฤษก็ต้องพัฒนาเพื่อติดต่อสื่อสารกันได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้หากพิจารณาจากสายบังคับบัญชาและวิสัยทัศน์ของบรรดานายตำรวจที่กล่าวมาข้างต้น ต้องยอมรับว่าแต่ละคนล้วนต้องการทำงานในพื้นที่ทั้งสิ้น ดังนั้นเมื่อเป็นความสมัครใจพร้อมในการทำงาน กิจการใดก็น่าจะลุล่วง ขอเพียงแต่อย่าให้อำนาจไม่เป็นธรรมเข้าไปแทรกแซงเชื่อว่าตำรวจเชียงรายรับมือไหว!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท