
เหตุผลของการยุบสภา
....สมผล ตระกูลรั่ง
การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่มีข้อเรียกร้องล่าสุดให้ยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เป็นข้อเรียกร้องที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนที่สุด ภายหลังได้รับสัญญาณจากนายใหญ่
ก่อนหน้านี้การชุมนุมของคนเสื้อแดง ไม่ชัดเจนว่า ชุมนุมเพื่ออะไร หากดูจากป้ายที่ผู้ชุมนุมถือจะเห็นเหตุผลหลากหลาย เช่น
ประกาศสงครามชนชั้นไพร่
เรียกร้องหาประชาธิปไตย
ขับไล่รัฐบาลอำมาตย์
กำจัดสองมาตรฐาน
ต้องการทักษิณกลับบ้าน
การทำสงครามครั้งนี้นายใหญ่ประกาศเป็นสงครามครั้งสุดท้าย ไม่ชนะไม่กลับ ซึ่งสามสมุนไพร่ก็ขานรับ ขับเคลื่อนการชุมนุมตามที่นายสั่ง
สงครามวันนี้ แม้นายใหญ่จะทุ่มทุนสร้างมหาศาล แต่ไม่ถึงกับหมดหน้าตัก เพราะเงินที่ซุกซ่อนไว้ยังมีอีกเยอะ สงครามครั้งนี้จึงไม่ใช่สงครามครั้งสุดท้าย แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
การประกาศข้อเรียกร้องให้ยุบสภา ดูจะเป็นข้อเรียกร้องที่ดูดีที่สุดแล้ว สังคมพอรับได้ แต่เหตุผลที่ต้องการให้ยุบสภาซิครับ ดูจะไม่ชัดเจน
จากการเจรจาของแกนนำคนเสื้อแดงกับตัวแทนรัฐบาล 2 ครั้ง พอจะสรุปเหตุผลได้ดังนี้
วันแรกของการเจรจา พอจะจับเหตุผลที่ต้องการให้ยุบสภาได้จากคุณวีระ ซึ่งมี 2 เหตุผล คือ 1.ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ (รธน.) 2.การบริหารงานของรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ความชัดเจนของเหตุผลการยุบสภาน่าจะอยู่ที่การเจรจาวันที่ 2 จากคุณจตุพร ที่น่าจะมีเวลาไปรวบรวมเหตุผลมาได้ถึง 5 ข้อ
1.เป็นรัฐบาลมิชอบจัดตั้งในค่ายทหาร
2.ประชาชนถูกบังคับให้ใช้ รธน.ปี 2550
3.เรื่องสองมาตรฐาน
4.รัฐบาลบริหารงานล้มเหลว
5.ควรแก้ไข รธน.
เหตุผลทั้งของคุณวีระและคุณจตุพรที่พอจะฟังได้ คือ รัฐบาลบริหารงานล้มเหลว ซึ่งหากจะกางตำราว่ากันแล้ว จะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องจัดการฝ่ายบริหาร
ส่วนการยุบสภา เหตุผลพื้นฐานตามตำราที่ร่ำเรียนกันมาคือ เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ แม้ในทางการเมือง ผู้นำฝ่ายบริหารจะใช้การยุบสภาเป็นเครื่องมือในการต่อรองกับกลุ่มก๊วนทางการเมืองในฝ่ายนิติบัญญัติก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลตามที่แกนนำคนเสื้อแดงอ้าง
ข้ออ้างการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง แม้ทหารจะช่วยเหลือในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ทหารก็ไม่ได้ใช้รถถังออกมาบังคับ ทหารก็เป็นประชาชนคนไทย อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี กระทำกันอย่างเปิดเผยในสภา คุณจตุพรเองก็น่าจะอยู่ในสภาด้วย และน่าจะยังจำกันได้ว่า ในครั้งนั้นพรรคของคนเสื้อแดงก็เสนอ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เข้าแข่งขันด้วยมิใช่หรือ รัฐบาลอภิสิทธิ์จึงมิได้ตั้งในค่ายทหาร แต่ตั้งกันในสภาตามกติกาเดียวกับรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย
การตั้งคุณสมัครและคุณสมชายเป็นนายกรัฐมนตรี คนเสื้อแดงไม่เคยปฏิเสธเลย ทั้งๆ ที่เป็นคำสั่งมาจากนักโทษหนีคุกจากดูไบซึ่งปัจจุบันไปรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐบาลเขมรแล้ว
ข้ออ้างเรื่องประชาชนถูกบังคับให้ใช้ รธน. 2550 นั้น ความจำของคนเสื้อแดงอาจเลอะเลือน เพราะ รธน. 2550 เป็นฉบับเดียวที่ผ่านการทำประชามติจากประชาชนทั้งประเทศ หากประชาชนถูกบังคับให้ใช้ รัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชายก็มาจาก รธน.ฉบับนี้ แม้แต่ สส.ของพรรคเพื่อไทยก็มาจากกติกาของ รธน.ฉบับนี้เช่นกัน
ข้ออ้างเรื่องสองมาตรฐาน เป็นข้ออ้างแบบกำปั้นทุบดิน เป็นสูตรสำเร็จของนายใหญ่ที่ยึดถือประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่โดยไม่ยอมฟังเหตุผลที่แท้จริง
สมมติว่า มีมหาโจรทำผิดกฎหมาย ปล้นชาติปล้นแผ่นดิน หลีกเลี่ยงกฎหมายทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง กับคนธรรมดาทั่วๆ ไป ถูกกล่าวหาว่าทำความผิด แล้วศาลตัดสินว่า ไอ้มหาโจรผิดในทุกคดีที่ถูกกล่าวหา กรณีอย่างนี้จะเป็นสองมาตรฐานได้อย่างไร ทำไมไม่ดูเหตุผลของคำพิพากษา ทำไมไม่โต้แย้งเหตุผลในคำพิพากษา
ข้ออ้างเรื่องรัฐบาลบริหารงานล้มเหลว มีการคอร์รัปชันกันในรัฐบาล ข้ออ้างนี้ผมเห็นด้วยว่ามีมูลความจริง แต่ ร.ต.อ.เฉลิม ท่านก็กำลังจะทำหน้าที่ซักฟอกในสภาอยู่แล้วมิใช่หรือ
ข้ออ้างเรื่องการแก้ไข รธน.นั้น ถ้าไม่ยอมรับแต่ไปเลือกตั้งตามกติกา รธน.ฉบับนี้ จะไม่ใช้เป็นข้ออ้างอีกหรือ
ส่วนข้อเสนอเรื่องการทำสัตยาบันว่า จะยอมรับผลการเลือกตั้งนั้น ผมว่าบ้าไปแล้ว ถ้ามีการเลือกตั้งตามกฎหมาย ผลเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับกันอยู่แล้ว โดยไม่ต้องทำสัตยาบัน
แต่หากพรรคเสื้อแดงได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด ได้จัดตั้งรัฐบาล แล้วคนเสื้อเหลืองออกมาคัดค้านการจัดตั้งรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบเพราะจัดตั้งมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นคำสั่งโดยตรงจากที่ปรึกษาของรัฐบาลเขมร แล้วคนเสื้อเหลืองออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลของพรรคคนเสื้อแดง จะทำอย่างไร จะไปห้ามไม่ให้ชุมนุมได้หรือไม่
การยุบสภาจึงไม่ใช่การแก้ปัญหา เงื่อนไขของความวุ่นวาย ความเดือดร้อนจากการชุมนุม ก็เป็นเหตุที่คนเสื้อแดงสร้างขึ้น จึงไม่อาจนำมาเป็นข้ออ้างได้
รัฐบาลจึงต้องรักษากฎหมายหากการชุมนุมเกินเลยไปเป็นการทำผิดกฎหมาย รัฐบาลต้องกล้าที่จะบังคับใช้กฎหมาย
หากรัฐบาลใดปล่อยปละละเลย หรือไม่กล้าบังคับใช้กฎหมายรัฐบาลนั้นก็ไม่มีความชอบธรรมที่บริหารประเทศอีกต่อไป
เพียงแต่การบังคับใช้กฎหมาย ต้องไม่ทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่ดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย เหมือนเหตุการเมษาเลือดเมื่อปี 2552 แล้วรัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป







