posttoday
กองปราบจับแก๊งตุ๋นซื้อรถจยย.สูญ10ล้านบาท

กองปราบจับแก๊งตุ๋นซื้อรถจยย.สูญ10ล้านบาท

11 มีนาคม 2556

กองปราบ จับผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชนตุ๋นเหยื่อซื้อจักรยานยนต์ยี่ห้อดังมูลค่าเสียหายนับ10ล้านบาท

กองปราบ จับผู้ต้องหาฉ้อโกงประชาชนตุ๋นเหยื่อซื้อจักรยานยนต์ยี่ห้อดังมูลค่าเสียหายนับ10ล้านบาท

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ทินกร รังมาตย์ ผกก.6 บก.ป. พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.6 บก.ป. พ.ต.ต.ฉกาจ เล็กอร่าม สว.กก.6 บก.ป.แถลงข่าวจับกุม นายวิชญ์ เลาหะสราญ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 327 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2394/2553 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2553 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จับกุมได้ที่ริมถนนสวนสาธารณะพรุชี ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2550 บริษัท ห้างทองเอกรัตน์ จำกัด กับพวก ซึ่งมีกรรมการผู้มีอำนาจ 3 คน ได้ทำสัญญาเป็นผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อแพล็ททินั่ม ของบริษัท แพล็ททินั่ม มอเตอร์เซลล์ จำกัด ใน จ.ตรัง จ.กระบี่ และ จ.สตูล มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าที่ติดต่อซื้อจักรยานยนต์ดังกล่าว ว่าจะได้รับสมุดคู่มือจดทะเบียน และป้ายทะเบียน หลังจากชำระเงินแล้ว 3-8 เดือน ทั้งที่ทราบดีอยู่แล้วว่า จริงแล้วต้องชำระเงินค่าจักรยานยนต์ให้ครบเสียก่อน จึงจะได้รับการโอนทะเบียนอย่างถูกต้อง เมื่อลูกค้าหลงเชื่อซื้อรถและชำระเงินจนครบ และได้ติดต่อขอรับคู่มือจดทะเบียนทางบริษัท ห้างทองเอกรัตน์ฯ ก็จะบ่ายเบี่ยง เป็นเหตุให้ลูกค้าไม่สามารถนำรถไปใช้งานได้

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ลูกค้าที่ซื้อรถดังกล่าว ได้รับแจ้งข้อมูลจากบริษัท แพล็ททินั่มฯ ว่าทางบริษัท ห้างทองเอกรัตน์ฯ คงไม่สามารถจดทะเบียนรถให้ได้เพราะยังไม่ชำระเงินให้กับบริษัท แพล็ททินั่มฯ โดยเป็นหนี้อยู่ประมาณ 10 ล้านบาท การกระทำของบริษัท ห้างทองเอกรัตน์ฯ จึงเป็นการจงใจปกปิดข้อความอันควรแจ้งให้ทราบ จากนั้นกลุ่มผู้เสียหาย 38 ราย รวมมูลค่า 2,661,480 บาท ได้เข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก่อนจะมีการส่งเรื่องมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) และมอบหมายให้ บก.ป.ดำเนินการ

ผบก.ป.กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ทางชุดสืบสวน กก.6 บก.ป.ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเบื้องต้นคาดว่ามีผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ดังกล่าวไปแล้วเกือบ 200 ราย มูลค่าความเสียหายนับ 10 ล้านบาท ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกกรรมการผู้มีอำนาจโดยเป็นนิติบุคคล 1 ราย คือ บริษัท ห้างทองเอกรัตน์ฯ นายสุนทร เลาหะสราญ อายุ 70 ปี นางสมบูรณ์ เลาหะสราญ อายุ 64 ปี และนายวิชญ์ ซึ่งเป็นพ่อแม่ลูกกัน รวม 4 ราย และก่อนหน้านี้ทั้งหมดได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดีไปแล้ว แต่ระหว่างที่ถูกดำเนินคดี นายวิชญ์ ได้ผิดนัดขึ้นให้การในชั้นศาล จึงถูกศาลออกหมายจับ และชุดสืบสวนสืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 100/174 หมู่ 2 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง จึงติดตามจับกุมตัวไว้ได้

สอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธว่า ธุรกิจนี้บิดาเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ตนเป็นเพียงผู้ที่มีชื่อค้ำประกันเท่านั้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท