posttoday
ดันโครงการท่าเรือปากบาราเข้างบ 2 ล้านล้าน

ดันโครงการท่าเรือปากบาราเข้างบ 2 ล้านล้าน

11 มีนาคม 2556

รัฐบาลดันโครงการท่าเรือปากบาราเข้างบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ตามแผนพัฒนาขนส่งภาคใต้ตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม

รัฐบาลดันโครงการท่าเรือปากบาราเข้างบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ตามแผนพัฒนาขนส่งภาคใต้ตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม

จุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้จะใช้งบราว 10% ของงบประมาณรวม 2 ล้านล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมกับมาเลเซียและสิงคโปร์ ทำให้ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งจะเป็นการพัฒนาในส่วนระบบราง ท่าเรือและถนนเป็นหลัก

ในปีแรกของการดำเนินการจะขยายถนนเป็น 4 เลน และซ่อมแซมบางเส้นทาง อาทิ เส้นทางประจวบคีรีขันธ์หาดใหญ่ และเส้นทางระนองชุมพร ขณะที่ระบบรางและท่าเรือจะเริ่มดำเนินการในปี 25572558 เชื่อว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภาคใต้นี้จะสร้างรายได้และเพิ่มจีดีพี

ทั้งนี้ โครงข่ายคมนาคมในภาคใต้ที่อยู่ภายใต้งบประมาณ 2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย การพัฒนารถไฟทางคู่ หัวหินปาดังเบซาร์ ระยะทาง 763 กิโลเมตร เชื่อมต่อประตูการค้า ด่านสะเดาปาดังเบซาร์ โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ จ.สงขลา โครงการขยาย 4 ช่องจราจร 8 จังหวัด ระยะทาง 123 กิโลเมตร

โครงการบูรณะทางหลวงสายหลักระหว่างภาค โครงข่ายทางหลวงชนบทเชื่อมต่อด้านการค้า เชื่อมต่อด้านการท่องเที่ยว ระยะทาง 150.67 กิโลเมตร สถานีขนส่งสินค้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการก่อสร้างท่าเรือ จ.ชุมพร โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ระยะที่ 1

ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า การขนส่งระบบรางของไทยหยุดการพัฒนามานาน แต่ไปให้น้ำหนักกับการสร้างถนนแทนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ทำให้การขนส่งระบบรางของไทยตอนนี้ตกไปอยู่อันดับที่ 57 ของโลก แต่หลังการพัฒนาภายใต้การลงทุน 2 ล้านล้านบาท จะทำให้การขนส่งทางรางของไทยมีอันดับที่ดีขึ้นและกลับมาอยู่ในระดับแนวหน้าของภูมิภาคอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นอกจากโครงการรถไฟทางคู่กรุงเทพฯปาดังเบซาร์ แล้วยังมีโครงการลงทุนในรถไฟฟ้าความเร็วสูงระยะแรกกรุงเทพฯหัวหิน ซึ่งในอนาคตจะมีการต่อขยายไปถึงปาดังเบซาร์ ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เคยกระจุกตัวในกรุงเทพฯ ให้กระจายตัวมากขึ้น เนื่องจากประชาชนสามารถเดินทางเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ขณะที่ ณรงค์ ทำประโยชน์ รองประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ตัวแทนภาคเอกชนในภาคใต้ กล่าวว่า การลงทุน 2 ล้านล้านบาท จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนได้ แต่ที่อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญมากคือการสร้างท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน มีพื้นที่ชายฝั่งถึง 2,500 กม. รวมถึงมีการเชื่อมโยงการขนส่งอื่นๆ ทั้งทางรางและถนนอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกันในการพัฒนานั้นต้องให้ความสำคัญกับท้องถิ่น รวมถึงสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากจุดขายการท่องเที่ยวของภาคใต้คือธรรมชาติ และนอกจากการพัฒนาโครงสร้างด้านวัตถุแล้ว รัฐต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเพื่อให้สามารถดูแลโครงสร้างต่างๆ ที่ลงทุนไปแล้วด้วย

“ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงการทุจริตที่จะเกิดขึ้น เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ จึงเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบการก่อสร้างทุกๆ โครงการ ซึ่งในภาคเอกชนจะตรวจสอบต้นทุนของแต่ละโครงการว่าสะท้อนต้นทุนตามราคาตลาด ณ ขณะนั้นหรือไม่” ณรงค์ กล่าว

ทางด้านการชุมนุมของกลุ่มชาวบ้านจาก 8 จังหวัดภาคตะวันออกกว่า 100 คน รวมตัวบริเวณสี่แยกท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี คัดค้านปัญหาผังเมืองรวมของจังหวัดในภาคตะวันออก และปัญหาการขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 หวั่นจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากท่าเรือเฟส 1 และเฟส 2 ที่ดำเนินการมาแล้วหลายปียังมีผลกระทบต่อชาวบ้านและผู้ประกอบการเรือประมงมาโดยตลอด

ต่อมา จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เดินทางไปเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วง ชี้แจงว่าปัญหาผังเมืองรวมอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนการขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 เป็นโครงการอีกยาวไกล เพราะเฟส 1 และเฟส 2 ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ และยังมีผลกระทบต่อชาวบ้าน จึงต้องศึกษาผลกระทบเพิ่มเติม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท