posttoday
แนะรัฐอุ้มรร.เล็กสู้บัดเจ็ตโฮเต็ล

แนะรัฐอุ้มรร.เล็กสู้บัดเจ็ตโฮเต็ล

11 มีนาคม 2556

“ชนินทธ์” ห่วงโรงแรมขนาดเล็กไทยสูญพันธุ์ แนะรัฐหามาตรการอุ้มสู้ศึกบัดเจ็ต โฮเต็ลหวั่นรายเล็กแข่งไม่ไหว ฟากดุสิตธานีเมินเปิดบัดเจ็ทโฮเทลใน 2 ปีนี้ ขอทำ 7 โรงแรมใหม่ในต่างประเทศให้ดีก่อน

“ชนินทธ์” ห่วงโรงแรมขนาดเล็กไทยสูญพันธุ์ แนะรัฐหามาตรการอุ้มสู้ศึกบัดเจ็ต โฮเต็ลหวั่นรายเล็กแข่งไม่ไหว ฟากดุสิตธานีเมินเปิดบัดเจ็ทโฮเทลใน 2 ปีนี้ ขอทำ 7 โรงแรมใหม่ในต่างประเทศให้ดีก่อน

นายชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงแรมขนาด 3 ดาวแบรนด์ของคนไทย ที่ไม่ใช่เครือโรงแรมนานาชาติ (อินเตอร์ เชน) อยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก เพราะผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่หันมาบุกตลาดทำโรงแรมราคาประหยัด (บัดเจ็ต โฮเต็ล) มากขึ้น

ทั้งนี้ บัดเจ็ต โฮเต็ล เชนอินเตอร์มีเครือข่ายธุรกิจที่ดีกว่า มีความสามารถแข่งขันสูงกว่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงแรมไทยระดับ 3 ดาว ที่เป็นรายเล็กแข่งขันลำบากขึ้น จึงอยากให้ภาครัฐหาแนวทางสนับสนุนให้สามารถแข่งขันได้

“การขยายธุรกิจของผู้ประกอบการโรงแรมรายใหญ่ระดับ 45 ดาวของไทย ที่มีโรงแรมระดับ 45 ดาวอยู่แล้ว หันมาทำบัดเจ็ท โฮเทลมากขึ้น เนื่องจากมีโรงแรมระดับ 45 ดาว ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ที่ตัวเองต้องการอยู่แล้ว ดังนั้นหากต้องการขยายธุรกิจ จึงเลือกคือการทำบัดเจ็ต โฮเต็ล เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่อง ทำให้โรงแรมเล็กมีคู่แข่งมากขึ้น” นายชนินทธ์ กล่าว

สำหรับเครือดุสิตธานียังไม่สนใจขยายโรงแรมบัดเจ็ต โฮเต็ล ภายใน 2 ปีนี้แน่นอน เนื่องจากต้องการบริหารโรงแรมที่กำลังจะเปิดใหม่ภายในปีนี้ถึงเดือน ก.พ. 2557 ให้ดีที่สุดก่อน ส่วนในอนาคตก็จะต้องพิจารณาโครงการลงทุนกันต่อไป

สำหรับโรงแรมที่เปิดใหม่ปีนี้ถึง ก.พ. 25557 ทั้งหมด 7 แห่ง จะเป็นโรงแรมในต่างประเทศ ได้แก่ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย, เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เมืองไนโรบี ประเทศเคนย่า,เกาะกวม ของประเทศสหรัฐอเมริกา, เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์, เมืองซานย่า บนเกาะไหหลำ และพาซาดีน่า รัฐแคลิฟอเนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะทยอยเปิดทุก 23 เดือน เกือบทั้งหมดเปิดภายใต้ชื่อ ดุสิตธานี ยกเว้นที่ พาซาดีน่า รัฐแคลิฟอเนียร์ เปิดภายใต้แบรนด์ ดุสิต ดีทู และกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ภายใต้แบรนด์ ดุสิต เทวารัณ

น.ส.กมลวรรณ วิปุลากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป กล่าวว่า โรงแรมไอบิส ซึ่งเป็นบัดเจ็ต โฮเต็ล มีแนวโน้มขยายตัวดี โดยกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการมาก คือตลาดเอเชีย และรัสเซีย ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้าขยายโรงแรมไอบิสต่อเนื่อง

ปัจจุบันรายได้ของโรงแรมของบริษัทมาจากไอบิส 17% ที่เหลือมาจากโรงแรม 4 ดาว 17% และโรงแรมระดับหรู 5 ดาว 60-65% แต่ในอนาคตรายได้จากไอบิสจะเพิ่มขึ้น และรายได้จากโรงแรมระดับ 5 ดาว จะลดลงเหลือ 55%คาดว่าจากการที่บริษัทขยายโรงแรมไอบิสมากขึ้น จะส่งผลให้สัดส่วนรายได้เปลี่ยนไป โดยสัดส่วนรายได้จากโรงแรมระดับหรู จะลดเหลือ 55% ส่วนที่เหลือจะมาจากโรงแรมไอบิส และโรงแรม 4 ดาว สัดส่วนเท่าๆ กัน

ทั้งนี้ โรงแรมขนาดใหญ่มีกำไรสุทธิดีขึ้นในปี 2555

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง