posttoday
มีใบสั่งถอย เวิลด์เอ็กซ์โป 2020

มีใบสั่งถอย เวิลด์เอ็กซ์โป 2020

10 มีนาคม 2556

โอกาสไม่กี่ครั้งของคนไทยที่จะได้ร่วมลุ้นเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่าง “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020”

โอกาสไม่กี่ครั้งของคนไทยที่จะได้ร่วมลุ้นเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่าง “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020”

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

โอกาสไม่กี่ครั้งของคนไทยที่จะได้ร่วมลุ้นเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่าง “เวิลด์เอ็กซ์โป 2020” กำลังจะหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่สู้อุตส่าห์ออกตัวนำมาตั้งแต่ต้น แต่อยู่ดีๆ กลับสะดุดขาตัวเองไปแบบดื้อๆ ปล่อยให้คู่แข่งสำคัญอย่าง “ดูไบ” เร่งโกยแต้มทำคะแนนไปแบบคาใจว่า เหตุผลที่แท้จริงอยู่แค่เรื่องความ “คุ้มทุน” หรืองานนี้มี “ใบสั่ง” อย่างที่หลายคนวิจารณ์

อรรคพล สรสุชาติ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) หัวเรือใหญ่ที่เคยขับเคลื่อนเรื่องนี้ ยังอดแปลกใจกับท่าที ลับ ลวง พราง ของรัฐบาลเวลานี้ไม่ได้ แม้ยากจะบอกว่างานนี้มีใบสั่งหรือไม่ แต่คนที่ให้คำตอบที่ดีที่สุดคือรัฐบาลที่จะต้องให้ความชัดเจน ว่าหยุดเพราะอะไร ถ้าไม่หยุดจะทำอะไร เพราะถ้าไม่หยุดแต่ไม่ทำอะไรก็ลำบาก

อดีตผู้อำนวยการ สสปน.ฉายภาพย้อนเรื่องราวความเป็นมาว่ามีหลายขั้นตอนกว่าจะถึงจุดนี้ โดยแนวคิดการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โป เริ่มมีการศึกษาเมื่อปี 2550 และศึกษาเตรียมความพร้อมโดยดูงานจาก “เอ็กซ์โป 2008” ที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพ โดยที่ผ่านมาพบว่าในเอเชียแปซิฟิก ไม่รวมจีน ญี่ปุ่น ยังไม่เคยมีใครเป็นเจ้าภาพ และจากการประชุมร่วมกับภาคเอกชน ราชการ กว่า 500 คน ทุกคนเห็นตรงกันว่า ไทยมีศักยภาพที่จะจัดงานได้

เรื่องนี้ถูกหยิบยกเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ครั้งแรก ต้นปี 2553 สมัยที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ โดย ครม.มีมติตั้ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ ขณะนั้น เป็นประธานศึกษาโครงการนี้อย่างจริงจัง สุดท้ายจึงได้ข้อสรุปเรื่องพื้นที่จัดงานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากทั้งหมด 6 จังหวัดที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก คือ พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ชลบุรี พัทยา ภูเก็ต จันทบุรี และเพชรบุรี

ในปี 2551 อภิสิทธิ์ประกาศความพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดเอ็กซ์โปเป็นประเทศแรก ต่อมาได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการ และไปแสดงวิสัยทัศน์ และดำเนินการต่อเนื่อง ท้ายที่สุดได้เชิญเลขาธิการสำนักงานมหกรรมมรดกโลก (บีไออี) วิเซนเต กอนซาเลส มาดูความพร้อมของประเทศไทย ก่อนจะลุยกำหนด ธีม โลโก้ และรายละเอียดอื่นๆ

มีใบสั่งถอย เวิลด์เอ็กซ์โป 2020

 

อรรคพล ระบุว่า งานนี้มีปัญหาในสองส่วน ส่วนแรกงบประมาณ โดยหลัง ครม.มีมติอนุมัติงบในการรณรงค์เบื้องต้น 300 ล้านบาท ซึ่งในปี 2555 ได้งบประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนอีก 200 ล้านบาทให้ไปขอปีถัดไป แต่พอเปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกปรับลด โดยไม่ได้ให้เหตุผล ทำให้ต้องใช้งบ สสปน. บางส่วนมาดำเนินการเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้

ส่วนที่สอง คือ ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะไปทิศทางไหน ต้นปี 2555 นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไปพบรองประธานาธิบดีของจีน ซึ่งทางจีนบอกว่าพร้อมให้การสนับสนุนไทยเป็นเจ้าภาพเอ็กซ์โป ช่วงเดือน มี.ค. ครม.กำหนดให้การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเวิลด์เอ็กซ์โป 2020 เป็นวาระแห่งชาติ แต่พอปลายเดือน มี.ค. สสปน. กับสภาพัฒน์ ได้นัดพบนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพื่อเสนอรายละเอียด แต่ไม่ทราบว่าเพราะอะไรถึงให้กลับมาทบทวนตัวเลขอีกครั้ง ซึ่งต่อมาได้สรุปข้อมูลล่าสุดและเสนอกลับไป โดยไม่มีการประชุม ครม. จากนั้นเดือน ธ.ค. 2555 ได้ยื่นรายละเอียดเอกสารทางการการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ (บิดบุ๊ก)

ผมเองในฐานะที่อยู่ข้างนอก มองว่ารัฐบาลเงียบไป ถ้าจะเอาจริงๆ มันต้องมีความเคลื่อนไหว กระทรวงการต่างประเทศต้องออกหน้าอย่างชัดเจน บางโอกาสเช่นไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม นายกฯ ควรใช้เวทีเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อการเสนอตัวมากกว่านี้ และการที่บีไออีเลือกเดินทางมาไทยเป็นประเทศแรกก็น่าจะสะท้อนความชัดเจนระดับหนึ่งแล้วในการสนใจประเทศไทย ซึ่งตามข่าวทราบว่าบีไออีพอใจใน จ.พระนครศรีอยุธยา มาก

แต่ที่อาจเป็นปัญหานิดหน่อยเพราะบีไออีพบรัฐบาล แต่รัฐบาลกลับไม่ได้ยืนยันสนับสนุนเต็มตัว เริ่มต้นเขามาเจอ รมว.คลัง รมว.ต่างประเทศ ก็ให้การยืนยันว่าเราพร้อม แต่รัฐบาลไม่ได้ยืนยันหนักแน่นอะไร การเลี้ยงต้อนรับบีไออีอย่างเป็นทางการก็ไม่มีภาครัฐไปเลย ไม่มีแม้แต่รองนายกฯ หรือ รมต.ที่กำกับดูแลแทน ตรงนี้อาจจะทำให้เป็นจุดอ่อนของไทยในวันนี้ การลงพื้นที่ของบีไออีเป็นเรื่องสำคัญ คณะกรรมการชุดนี้จะไปเขียนเรคอมเมนเดชันแนะนำสมาชิกว่าไทยมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเราคงไม่ได้คะแนนในส่วนนี้มากนัก”

อรรคพล กล่าวว่า ถัดมา รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่ารัฐบาลจะทบทวนเรื่องนี้ โดยต้องพิจารณาว่าคุ้มไม่คุ้ม แต่ในฐานะคนที่ทำมา เรายื่นบิดบุ๊กที่เป็นทางการไปแล้ว การจะมาทบทวนอะไรก็ตามไม่ได้มีสัญญาณที่เป็นบวกแม้ว่าหลังจากนั้นสองสามวันนายกฯ จะยืนยันว่าเราจะเดินหน้าต่อ แต่เราก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร เหมือนทิศทางรัฐบาลก็ไม่ชัดเจน

“ต่างกับคู่แข่งประเทศอื่นๆ อย่างดูไบในรายการกอล์ฟที่จัดที่นั่น มีป้ายโฆษณาเวิลด์เอ็กซ์โปเต็มไปทั่วเมือง และมีรัฐมนตรีเดินสายหาเสียงทุกงาน ทั้งงานเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ซึ่งดูไบเดินหน้ามาตลอด ถ้าเราแพ้ดูไบ ก็ต้องมีคำถามได้เหมือนกัน ทำไมเรามาถึงตรงนี้แล้วเรายอมดูไบ”

อรรคพล ประเมินสถานการณ์แล้วไม่ใช่ว่าไทยจะไม่เหลือโอกาสชนะ ในการตัดสินใจของคณะกรรมการบีไออีในเดือน พ.ย. เพราะไม่มีอะไรจะต้องเสียที่จะเดินหน้า มีแต่จะเสียมากกว่าที่อยู่เฉยๆ หรือเดินถอยหลัง สิ่งที่ต้องทำเวลานี้ก็คือ 1.หาเสียง ซึ่งแผนของกระทรวงการต่างประเทศ มีตั้งแต่ปีที่แล้วว่าจะหาเสียงกับใครที่ไหน 2.ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าประเทศไหนที่จะให้การสนับสนุนเรา และประเทศที่อาจยังไม่พัฒนามากนัก ไทยมีอะไรจะออฟเฟอร์เขาที่จะให้เขามาร่วมงาน และต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร

กระทรวงการต่างประเทศเคยคุยกับทูตทั่วโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นหนังสือเวียนทำอย่างเป็นระบบ แต่ปีที่ผ่านมาเกือบปีหนึ่งหยุดไปเฉยๆ อันนี้รัฐบาลต้องให้เหตุผลกับประชาชนโดยเฉพาะหากเหตุผลเป็นเหตุผลพอฟังได้ บีไออีก็อาจจะให้การพิจารณาในทางที่ดีขึ้น ดีกว่าหยุดเฉยๆ

ถามแบบตรงไปตรงมาท่าทีของรัฐบาลขณะนี้ แสดงว่าต้องการล้มแผนจัดเอ็กซ์โปแล้วใช่หรือไม่ “อรรคพล” ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า รัฐบาลเหมือนจะไม่สู้ จะเรียกว่าถอนตัว หรือถอดใจอะไรก็ตาม แต่เราไม่ได้ทำอะไรมาเกือบปี การเสนอความคืบหน้าก็เป็นเรื่องเดิมๆ ที่เขาฟังมาหลายรอบแล้ว

ส่วนจะถึงขั้นมวยล้มไหม ผมไม่รู้ แต่รู้ว่ามวยไม่ได้ชก เต้นฟุตเวิร์กไหมก็ไม่รู้ แต่รู้ว่าไม่ได้ชก หมัดไม่ได้ออก ถ้าขึ้นเวทีแล้วไม่ต่อย เสียโอกาสไหม แต่ถ้าจะถามผมลึกกว่านั้นว่า โดนใครเขาต่อยหรือ โดนใครเขาจ้างล้มหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่มันไม่ต่อย แต่ถ้ามวยมันไม่ต่อยมันไม่มีทางชนะหรอก

ส่วนจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปักหลักดูไบเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นหรือไม่ อรรคพล กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องประจวบเหมาะหรือเปล่า แต่รัฐบาลบอกว่าไม่มีใครสั่ง แต่ข้อเท็จจริงคือเราสู้กับดูไบ

ทั้งนี้ การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย เป็นชื่อเสียงของประเทศ ใครก็ตามที่เห็นคนอื่นดีกว่าคนไทยก็ไม่ใช่คนไทย อยากฝากไปถึงทุกคนไม่ว่าจะในรัฐบาล หรือผู้มีบารมีนอกรัฐบาล ซึ่งไม่ได้เจาะจงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียว ว่าอยากให้คิดถึงประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศบ้าง ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่มีการลงทุน

“ถึงตอนนี้ก็ยังมีโอกาสที่จะชนะแม้จะน้อยลงกว่าปีที่แล้ว แต่เปอร์เซ็นต์ชนะก็ยังมี ผมคิดว่าเขายังไม่ได้ตัดสินใจ ณ วันนี้ แต่ขอให้รัฐบาลแสดงตัวให้เต็มที่”

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท