posttoday
ดับไฟแต่ต้นลม

ดับไฟแต่ต้นลม

10 มีนาคม 2556

ความร้อนแรงของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่สร้างสถิติใหม่จากการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ

ความร้อนแรงของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่สร้างสถิติใหม่จากการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ

จนทำให้นักลงทุนรายเล็ก รายใหญ่ กระโจนเข้าไปเล่นในตลาดกันอย่างคึกคัก ถือว่ามีความล่อแหลมสุ่มเสี่ยงต่อการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง

แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานที่กำกับ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พยายามออกมาตรการมาดับความร้อนแรงของตลาดหุ้น ของที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงในการลงทุน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถสกัดการสร้างราคาหุ้นได้

ระยะที่ผ่านมาในแทบทุกสุดสัปดาห์ ทาง ก.ล.ต.จะพยายามเปิดรายชื่อหุ้นที่มีการซื้อขายที่ร้อนแรง หรือหุ้นที่ติดเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ นำมาประกาศเตือนให้นักลงทุนว่าหุ้นไหนที่จะเข้าเกณฑ์ต้องวางเงินสดล่วงหน้า 100% และได้เพิ่มความเข้มข้นในส่วนของระยะเวลาที่จะต้องวางเงินสดล่วงหน้า จากเดิมแค่ 3 สัปดาห์ เพิ่มเป็น 6 สัปดาห์ มาบังคับใช้

ทว่าผลของการใช้มาตรการก็ไม่สามารถหยุดความร้อนแรงได้ เพราะยังคงมีหุ้นที่ถูกประกาศให้วางเงินสดล่วงหน้า 100% เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อาจเป็นไปได้ว่านักลงทุนไม่เข็ดกลัวกับการเข้าลงทุนในหุ้นที่มีข้อกำหนดว่าต้องวางเงินสดล่วงหน้า

เพราะตลอดเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นำมาตรการนี้มาใช้ หุ้นที่โดนวางเงินสดจะปรับตัวลดลงในวันแรกเท่านั้น แต่หลังจากนั้นก็ยังคงทะยานปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขึ้นไปอย่างไร้เหตุผล เพราะเป็นที่รู้กันว่าคนที่เข้าไปเล่นหุ้นส่วนใหญ่จะเป็นคนกระเป๋าหนัก และนักลงทุนรายย่อยก็แห่ตามกันไปเพราะเห็นโอกาสทำกำไร

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจึงดึงดูดใจให้นักลงทุนรายใหม่เข้ามาแสวงหาผลตอบแทนจากตลาดหุ้นเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจจะต้องเข้าไปศึกษา

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การเข้ามาลงทุนของผู้เล่นรายใหม่เกิดขึ้นจากแรงจูงใจในหลายด้าน เช่น ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดัชนีหุ้นไทยยังคงทำสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดปิดตลาดที่ 1,566.92 จุด เพิ่มขึ้น 5.94 จุด ด้วยค่าซื้อขายหนาแน่นกว่า 7.22 หมื่นล้านบาท จนบริษัทหลักทรัพย์เริ่มปรับเป้าหมายดัชนีเป็น 1,800 จุด ยิ่งเป็นปัจจัยหนุนให้เข้ามาลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตาม หากไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย การใช้ตลาดหุ้นเป็นช่องทางในการหากำไรจนคนไทยต้องติดดอยกันจำนวนมากเหมือนปี 2537 ที่ดัชนีหุ้นไทยเคยซื้อขายที่ระดับเกินกว่า 1,700 จุด ก่อนที่จะร่วงหล่นกราวรูดจนทำให้นักลงทุนเจ็บตัวกันไม่น้อย จำเป็นหรือไม่ที่หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องมีการใช้มาตรการที่หลากหลายระดับในการกำกับดูแล เพื่อไม่ให้นักลงทุนเจ็บตัวจากการลงทุน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท