
ควันหลงผู้ว่าฯ กทม.
ควันหลงผู้ว่าฯ กทม.การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คราวนี้มีคนออกมาใช้สิทธิกันมาก
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คราวนี้มีคนออกมาใช้สิทธิกันมาก
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คราวนี้มีคนออกมาใช้สิทธิกันมาก ที่ผู้คนนำมาพูดคุยกันหนาหูก็คือโดยปกติผู้สมัครที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งที่จะได้คะแนนระดับล้านนี่ก็หืดขึ้นคอ
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สมัครที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับสองยังได้คะแนนทะลุล้านไปเลย ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่เคยเห็นกัน ส่วนผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.นั้นก็ได้ไปล้านสองเกือบๆ ล้านสาม ซึ่งก็มากโขสำหรับการเลือกผู้ว่าฯ กทม.เทียบกับที่ผ่านๆ มา
ผู้คนที่พบเจอโดยเฉพาะชาวต่างจังหวัดถามกันมามากว่าพบเจอบรรดาคนต่างจังหวัดเข้ามาเลือกตั้งผู้ว่าฯ ใน กทม.บ้างหรือไม่ ก็ต้องตอบไปว่า ไม่ทราบได้เหมือนกัน เพราะไม่ได้ไปตรวจสอบทะเบียนประวัติดูว่าใครเป็นใคร ใครเพิ่งย้ายมา หรือใครเกณฑ์ใครมา
สิ่งที่น่าจะขบคิดก็คือ ผลคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นี้สะท้อนอะไร ทั้งในส่วนของคน กทม. และในส่วนของคนต่างจังหวัด สิ่งที่ควรคิดร่วมกันก็คือ การหาเสียงเชิงนโยบายประเทศเป็นสิ่งที่ใช้ได้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ฉะนั้นเมื่อได้ผลใน กทม.ก็อาจจะได้ผลเช่นกันในต่างจังหวัด
ดังนั้น การเลือกตั้งต่างๆ ในท้องถิ่นก็จะเป็นความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง และเรื่องของส่วนกลาง หรือเรื่องระดับประเทศเช่นกัน
อันที่จริงก็อาจจะเป็นปกติอยู่แล้วที่ผู้สมัครระดับท้องถิ่นก็เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ไม่โดยลับก็โดยเปิดเผย ซึ่งสิ่งนี้จะดีกับพื้นที่หรือท้องถิ่นหรือไม่ก็ต้องไปคิดดูกัน เพราะการผูกโยงอยู่กับส่วนกลางก็จะทำให้ความเป็นท้องถิ่นถูกลดทอนความสำคัญลง แม้กระทั่งท้องถิ่นใหญ่ๆ อย่าง กทม. ก็ยังเป็นเช่นนั้น
เรื่องร่วมกันประการที่สองคือ การตัดสินว่าประชาชนรู้อะไรไม่รู้อะไร จัดการยากง่ายอย่างไร ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และอย่าคิดว่าประชาชนไม่มีเหตุผล หรืองมงาย ทุกการเลือกมีนัย ดังนั้นหากจะดำเนินนโยบายเพียงประชานิยม หรือคิดว่าตนเองดี เด่น ได้รับความชมชอบจากประชาชนจะทำอะไรก็ได้ก็จะเป็นการคิดที่ผิด
สุดท้าย ประเทศไทยดูเหมือนจะมีคนให้เลือกไม่มากนัก แต่เรื่องนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าพรรคการเมืองมีความสำคัญ ดังนั้น หากจะให้มีตัวเลือกมากๆ และให้ประชาชนได้ตัดสินใจ การเลือกตั้งโดยเฉพาะระดับประเทศก็ควรจะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครอิสระด้วย ให้พรรคการเมืองได้พิสูจน์ตัวเอง ในลักษณะเดียวกับการเลือกผู้ว่าฯ กทม.ด้วย
คนเลือกอยากจะเลือกคนจากพรรคก็ให้เขาได้เลือก อยากเลือกผู้สมัครอิสระก็ต้องให้เขาได้เลือกเช่นกัน







