
หญิงไทยได้ท็อปเทนเป็นซีอีโอมากในโลก
ไทยติดท็อปเทน ประเทศมีสตรีเป็นซีอีโอมากสุดในโลก สัดส่วน 36% สูงสุดในอาเซียน
ไทยติดท็อปเทน ประเทศมีสตรีเป็นซีอีโอมากสุดในโลก สัดส่วน 36% สูงสุดในอาเซียน
วันที่ 8 มี.ค.ของทุกปีเป็นวันสตรีสากล แกรนท์ ธอร์นตัน เปิดเผยรายงานผลสำรวจธุรกิจนานาชาติ พบว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีสตรีเข้าสู่บทบาทผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยมีสัดส่วนถึง 24% ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 21% เมื่อปี 2555 และ 20% ในปี 2554
น.ส.สุมาลี โชคดีอนันต์ กรรมการอาวุโส ส่วนงานตรวจสอบบัญชีของ แกรนท์ ธอร์นตัน ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยติดอันดับ 10 ประเทศกลุ่มเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวสูง ที่มีสตรีดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงจำนวน 36% รวมถึงประเทศเวียดนาม และฟิลิปปินส์
“อาเซียนและเอเชียแปซิฟิกมีสตรีเป็นผู้บริหารระดับสูง 32% และ 29% ตามลำดับ มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 24%”
ประเทศญี่ปุ่น มีสตรีเป็นผู้บริหารระดับสูง 7% ซึ่งอยู่ในอัตราต่ำที่สุดในทั่วโลก สหราชอาณาจักรจำนวน 19% และสหรัฐอเมริกา 20% อยู่รั้งท้าย 8 ประเทศที่มีสตรีเป็นผู้บริหารระดับสูงน้อยที่สุด
ในทางกลับกัน ประเทศที่มีสตรีเป็นผู้บริหารระดับสูงมากที่สุดคือ ประเทศจีน ซึ่งอยู่ที่ 51%
กลุ่มประเทศ G7 มีคณะกรรมการบริษัทที่เป็นสตรีเพียง 16% เปรียบเทียบกับ 26% ในกลุ่มเศรษฐกิจ BRIC หรือบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน และ 38% ในกลุ่มประเทศบอลติก
สายงานที่สตรีจะมีโอกาสก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุด ได้แก่ ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน 31% ธุรกิจด้านสุขภาพ 45% ส่วนสายงานที่โอกาสด้อยที่สุด คือ ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายข้อมูล 6% ธุรกิจเหมืองแร่และการก่อสร้าง 19% ทั้งสองกลุ่ม
นางจุฬาภรณ์ นำชัยศิริ ผู้อำนวยการด้านธุรกิจการเงิน กล่าวว่า จีนเป็นประเทศเดียวจากทั่วโลกที่ผู้บริหารระดับสูงกว่าครึ่งเป็นผู้บริหารสตรี เทียบกับเมื่อปี 2554 มีสัดส่วนเพียง 34% เท่านั้น
“หลายประเทศยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าในเรื่องการยอมรับบทบาทของสตรี โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นที่อยู่รั้งท้ายและยังมีอีกหลายๆ ปัจจัยที่ขวางกั้นสตรีญี่ปุ่นก้าวข้ามอุปสรรค ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจญี่ปุ่นมีทีมงานผู้บริหารระดับสูงที่ขาดความสมดุลและความหลากหลายที่จำเป็นต้องการผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน” นางจุฬาภรณ์ กล่าว







