
ตีปี๊บกู้2ล้านล้าน ดหมลงทุนประเทศ
นิทรรศการกู้ลงทุนเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่รัฐบาลกำลังจัดโชว์ขึ้น
นิทรรศการกู้ลงทุนเงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่รัฐบาลกำลังจัดโชว์ขึ้น
ถือเป็นการประกาศยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม แม่งานใหญ่ในการจัดงานยุทธศาสตร์การลงทุนเพื่ออนาคตประเทศ (Investing for the Future) ไทยแลนด์ 2020 ก้าวใหม่เชื่อมไทยสู่โลกอธิบายว่า ยุทธศาสตร์การลงทุนมี 3 ด้าน
1.ยุทธศาสตร์การเปลี่ยนการขนส่งจากระบบถนนไปสู่ระบบราง และน้ำที่มีต้นทุนต่ำ โดยการสร้างรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ สร้างระบบการเชื่อมต่อการขนส่งของระบบรางกับระบบน้ำ ระบบอากาศ และทางถนนวงเงิน 309,564 ล้านบาท
2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างรถไฟความเร็วสูงอีก 4 เส้นทาง เพื่อเชื่อมกรุงเทพฯ กับภูมิภาค และเชื่อมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค และเป็นส่วนที่สำคัญของโลก วงเงิน 954,757 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับการขนส่งการเดินทาง การสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย การสร้างถนนมอเตอร์เวย์ และถนนเชื่อมโยงระบบราง อากาศ น้ำ ให้มีการเชื่อมต่อได้สะดวกขึ้น พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่ง เพื่อยกระดับความคล่องตัว 672,503 ล้านบาท
สำรองเงินอีก 63,176 ล้านบาท ไว้เป็นเงินสำรองจ่ายเผื่อเหลือเผื่อขาด
โครงการที่อยู่ในยุทธศาสตร์ 2 ล้านล้านบาท ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-พัทยา กรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-นครราชสีมา รวมถึงการก่อสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย การขยายถนน 4 เลน ถนนหลักอีก 10 เส้นทาง และการสร้างมอเตอร์เวย์เชื่อมระหว่างเมือง
รัฐบาลประเมินว่า การลงทุนในโครงการระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดจะช่วยให้เกิดการสร้างงานได้ 5 แสนตำแหน่ง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงเหลือ 13.2% ต่อจีดีพี จากปัจจุบันค่าโลจิสติกส์ของไทยสูงถึง 15.2% เมื่อเทียบกับมาเลเซียอยู่ที่ 13.2% สิงคโปร์ 9%
เรียกได้ว่า เป็นการเปิดศักราชการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศก็ว่าได้
กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญ เหมือนกับในอดีตที่รัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สร้างนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกและท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และเหมือนสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สร้างสนามบินสุวรรณภูมิ
หากไทยไม่ลงทุน 2 ล้านล้านบาท ในอนาคตก็จะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท จึงถูกวาดฝันไว้สวยหรูว่าจะเป็นยาวิเศษทำให้ประเทศไทย ยกระดับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ในประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจไทยวิ่งฉิว
สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ฉายภาพว่า การที่รัฐบาลออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละ 1% ใน 7-8 ปีข้างหน้า
บางปีเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพิ่มขึ้นถึง 1.3-1.5% ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศที่ไม่สู้ดีนักปรับตัวดีขึ้นในอนาคต
ขณะที่ คณิศ แสงสุพรรณ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) กล่าวว่า การลงทุนขนาดใหญ่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชันสูง ดังนั้นการดำเนินการประมูลรัฐบาลต้องมีความโปร่งใส และควรเปิดให้ประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ว่า ใครเป็นผู้ประมูลได้ราคาเท่าไร
นอกจากนี้ การกู้เงินลงทุนครั้งนี้ถือว่าสำคัญ ต้องทำให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจมากที่สุด เพราะการกู้เงินเพื่อลงทุนครั้งใหญ่ๆ เช่นนี้ ในอนาคตจะทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะสัดส่วนหนี้สาธารณะจะเกิน 60% ของจีดีพี
การลงทุน 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลไม่สามารถวาดฝันแต่ด้านบวกได้ เพราะมีด้านลบที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะต้องทำให้เกิดการรั่วไหลและคอร์รัปชันน้อยที่สุด
ไม่เช่นนั้นการกู้เงินมหาศาลนอกจากจะไม่สามารถเชื่อมไทยสู่โลกได้แล้ว ยังทำให้คนไทยทั้งประเทศจมอยู่กับกองหนี้และหายนะทางเศรษฐกิจก็ได้







