
กบอ.เหินฟ้าสู่เกาหลีเยี่ยมชม 3 โครงการยักษ์ "เค-วอเตอร์"
ตลอดการทัวร์ประเทศเกาหลี 10 วันของ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และกรรมการ กบอ. เพื่อเยี่ยมชมผลงาน บริษัท วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.-4 มี.ค.ที่ผ่านมา
ตลอดการทัวร์ประเทศเกาหลี 10 วันของ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และกรรมการ กบอ. เพื่อเยี่ยมชมผลงาน บริษัท วอเตอร์ รีซอสเซส คอร์ปอเรชั่น ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.-4 มี.ค.ที่ผ่านมา
เควอเตอร์ พยายามนำเสนอศักยภาพและความพร้อมให้คณะรัฐบาลไทย มี 3 โครงการที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.เขื่อนทะเลหรือซีแบร์ริเออร์ที่กรุงโซล แก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง 2.ฟลัดเวย์ของแม่น้ำฮันกับทะเลตะวันตกเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ 3.ฝายยักษ์ในแม่น้ำ 4 สายควบคุมน้ำในแม่น้ำหรือเขื่อน
เควอเตอร์ รับประกันว่าสอดคล้องกับปัญหาของประเทศไทย ในโครงการประมูล 3 แสนล้านบาท
วันแรกของคณะทัวร์ กบอ.ได้เดินทางไปชมเขื่อนทะเล หรือซีแบร์ริเออร์ที่มีขนาดใหญ่ โดย เควอเตอร์ ยืนยันว่าโครงการ Sihwa Lake Tidal Power Plant ที่กรุงโซลสามารถแก้ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ป้องกันน้ำทะเลไหลย้อนกลับเข้าสู่ กทม. ที่ตั้งอยู่ใกล้ปากอ่าว
สำหรับโครงการ Sihwa ตั้งอยู่ใกล้ปากอ่าว เป็นโครงการจัดรูปที่ดินจากการถมทะเล โดยการสร้างคันกั้นกระแสน้ำขนาดใหญ่ ใช้เวลาก่อสร้าง 7 ปี ค่าลงทุนก่อสร้าง 452 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท สร้างเกาะขนาดเล็กอยู่ตรงกลางปากอ่าวแม่น้ำ พร้อมกับทำเขื่อนกั้นกลางเพื่อปั่นไฟจากกระแสน้ำขึ้นลง ซึ่งมีระดับความต่างกันถึง 9 เมตร เขื่อนดังกล่าวสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละ 552.7 GWh และทาง เควอเตอร์ รับประกันว่าโครงการนี้ยังแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งได้อีกด้วย
อีกโครงการที่ เควอเตอร์ ยืนยันว่าแก้ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำ ปิง วัง ยม และน่าน ได้เบ็ดเสร็จ คือโครงการบูรณะแม่น้ำสายหลัก 4 สาย เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำฮัน แม่น้ำนักดง แม่น้ำกึม และแม่น้ำยองซัน ด้วยการสร้างฝายขนาดใหญ่กลางสายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำ พร้อมกับมีจุดมุ่งหมายรักษาความปลอดภัยอันเกิดจากปัญหาน้ำท่วม โดยฝายยักษ์ทั้ง 9 ตัว ขนาดกว้าง 45 เมตร แต่ละฝายจะมีบานประตูเปิดปิดได้ทุกตัว ควบคุมด้วยระบบซิงเกิลคอมมานด์ โดยโครงการนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางมาเยือนระหว่างวันที่ 2124 พ.ย. 2554
โครงการสุดท้ายที่ทางเควอเตอร์ พาคณะ กบอ.ไปชม คือโครงการทางน้ำ หรือ Water Way ของแม่น้ำฮันกับทะเลตะวันตก ระยะทาง 14 กิโลเมตร ซึ่งทางน้ำดังกล่าวเป็นแม่น้ำขุดลอกขึ้นใหม่ ถมด้วยดินและหินระดับความลึก 14 เมตร กว้าง 80 เมตร ศักยภาพระบายน้ำได้ 1,600 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที มีประตูระบายน้ำควบคุมป้องกันน้ำทะเลหนุนระหว่างปากอ่าวทะเลตะวันตกกับแม่น้ำฮัน
ทั้ง 3 โครงการที่กล่าวมา ใช้ระบบควบคุมแบบซิงเกิลคอมมานด์ ด้วยระบบดาวเทียมในการพยากรณ์อากาศ และเป็นตัวส่งสัญญาณภาพเสียงแบบเรียลไทม์มายังศูนย์ควบคุมอุทกภัยแม่น้ำฮันที่เป็นสำนักงานใหญ่ของเควอเตอร์
ขณะที่พื้นที่เวนคืนสองข้างทางได้จัดผังการจัดสรรที่ดินเป็นพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยว เช่น สวนหย่อม น้ำตกจำลอง สะพานลอย ทางรถจักรยาน ซึ่งโครงการดังกล่าวสอดคล้องกับฟลัดเวย์ฝั่งตะวันออก ระยะทาง 200 กิโลเมตร ตั้งแต่ จ.ชัยนาทป่าสัก ผ่านคลองรังสิต คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ลงสู่ทะเลอ่าวไทย
ปลอดประสพ บอกว่า ข้อดีของบริษัท เควอเตอร์ คือ เควอเตอร์ ออกแบบโครงการขนาดใหญ่โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการควบคุมโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดอย่างทันสมัย เพราะเป็นประเทศที่ประดิษฐ์โทรศัพท์อัจฉริยะหรือสมาร์ตโฟนเป็นประเทศชั้นนำในโลก จึงได้รับความน่าเชื่อถือ







