
ชำแหละ กม.นิรโทษกรรม
เปิดเกมรุกรอบใหม่ด้วยการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... ภายใต้การนำของ “วรชัย เหมะ” สส.แดง ที่รวบรวมรายชื่อ 42 สส.เพื่อไทย เสนอต่อประธานสภา
เปิดเกมรุกรอบใหม่ด้วยการผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... ภายใต้การนำของ “วรชัย เหมะ” สส.แดง ที่รวบรวมรายชื่อ 42 สส.เพื่อไทย เสนอต่อประธานสภา
เนื้อหาสาระทั้งหมด 7 มาตรา ไปในทิศทางเดียวกับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ทั้ง 4 ฉบับ ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน สส.พรรคมาตุภูมิ สามารถ แก้วมีชัย สส.เชียงราย นิยม วรปัญญา สส.บัญชีรายชื่อ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่มีเป้าหมาย คือ การนิรโทษกรรม แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติม
จากเดิมที่การนิรโทษกรรมจะจำกัดวงอยู่แค่ บุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง” แต่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับนี้ จะขยายนิยามผู้ที่ได้รับอานิสงส์ครอบคลุมไปถึง “บุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุม” และมีผลให้ครอบคลุมผลกระทบด้านอนามัย
“บุคคลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง แต่กระทำการนั้นมีมูลเหตุเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง โดยวาจาหรือโฆษณาเพื่อเรียกร้องให้มีการต่อต้านรัฐ การป้องกันตน การต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการชุมนุม การประท้วง หรือการแสดงออกด้วยวิธีการใดๆ อันอาจกระทบต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง”
สำหรับระยะเวลาที่จะได้รับการนิรโทษกรรมนี้ ระบุให้อยู่ในช่วงวันที่ 19 ก.ย. 254910 พ.ค. 2554 คล้ายกับ พ.ร.บ.ปรองดองของนิยม แต่แตกต่างจากอีก 3 ฉบับ ที่เริ่มต้นตั้งแต่หลังวันที่ 15 ก.ย. 2549
ขณะที่ประเด็นการนิรโทษกรรมในส่วน “เจ้าหน้าที่รัฐ” แต่เดิมในร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฉบับ พล.อ.สนธิ สามารถ และนิยม เคยมีระบุไว้ชัดเจน แต่ใน ฉบับนี้ ไม่ได้ระบุเจาะจงเจ้าหน้าที่รัฐเป็นการเฉพาะ
ไฮไลต์ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ อยู่ที่มาตรา 3 วรรค 2 ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในร่าง พ.ร.บ.ปรองดองทั้ง 4 ฉบับก่อนหน้านี้ โดยระบุว่า “การกระทำในวรรคหนึ่ง ไม่รวมถึงการกระทำใดๆ ของบรรดาผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าว” ซึ่งเป็นปัญหาในการตีความว่า ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ หรือสั่งการนั้นจะครอบคลุมไปถึงใครบ้าง
ด้วยเนื้อหาร่างที่คล้ายคลึงกับร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง การผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในขณะนี้ จึงเป็นที่วิตกกันว่าจะจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้งระลอกใหม่ ที่อาจบานปลายกลายเป็นความรุนแรงในที่สุด







