
เร่งเร้า กม.นิรโทษ เกมตุ๋นเสื้อแดง
ปมขัดแย้งเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองกลับมาเป็นวาระร้อนอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
ปมขัดแย้งเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองกลับมาเป็นวาระร้อนอีกครั้ง หลังเสร็จสิ้นศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ก่อนหน้านี้ทุกกลุ่มการเมืองต่างพร้อมใจกันพักอุณหภูมิไว้ชั่วคราว
สารพัดโมเดลที่แต่ละฝ่ายนำเสนอเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เวลานี้ตกผลึกเหลือเพียง 2 แนวทาง คือ 1.การผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม แก่ผู้กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... ของ 42 สส.พรรคเพื่อไทย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรเตรียมบรรจุในวาระการประชุมภายใน 1 สัปดาห์
ร่าง พ.ร.บ.สาย นปช. ยังคงมีเนื้อหาสาระเดียวกับร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ที่ นปช.เสนอต่อรัฐบาลก่อนหน้านี้ คือ นิรโทษประชาชนทุกสีเสื้อ ทุกคดีความช่วง 19 ก.ย. 254910 พ.ค. 2554 ยกเว้นแกนนำและผู้สั่งการ แต่ครั้งนี้เลือกเปลี่ยนยุทธวิธีเป็นใช้ช่องทาง ร่าง พ.ร.บ.แทน หลังรัฐบาลส่งสัญญาณไม่ขอเสี่ยงประกาศใช้เป็น พ.ร.ก. เพราะอาจขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 184
2.วงเจรจาหารือของ เจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ที่อาสาเป็นตัวกลางเชิญตัวแทนจาก 4 กลุ่มการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่ม นปช.ร่วมหาทางออกต่อประเด็นนิรโทษกรรม โดยนัดพูดคุยวันที่ 11 มี.ค.
โดยก่อนหน้านี้ การหารืออย่างไม่เป็นทางการของ เจริญ ได้ข้อสรุปเบื้องต้น คือ จะผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพื่อนิรโทษทันทีสำหรับประชาชนที่กระทำความผิดไม่รุนแรง มีโทษสถานเบา และร่าง พ.ร.บ.บรรเทาความขัดแย้งที่อาจมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาผู้ที่มีความผิดรุนแรง ความผิดทางอาญา ปิดสถานที่ราชการ หรือเผาสถานที่ว่าเข้าข่ายได้รับสิทธินิรโทษหรือไม่
จึงดูเหมือนเป็นการทับซ้อนกันระหว่างการดันร่าง พ.ร.บ.ของ สส.เสื้อเเดง เเละการหารือที่จะมีขึ้น เเต่ วรชัย ออกโรงยืนยันเสียงเเข็งว่าภารกิจเสนอร่าง พ.ร.บ.เป็นเอกสิทธิ์ สส.ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการหารือในวันที่ 11 มี.ค. หรือการประชุม สส.พรรคเพื่อไทยที่มีระเบียบวาระการพิจารณาเรื่องการนิรโทษกรรมในวันที่ 12 มี.ค.นี้ จึงไม่เกี่ยวข้องกัน ต่างคนต่างทำ แยกกันเดินได้
แต่ภารกิจนี้ทีมกฎหมาย นปช.ส่งเสียงกระซิบมาว่า แม้จะแยกกันเดิน แต่มีจุดหมายเดียวกัน คือ วางเกมให้ดันร่าง พ.ร.บ.ของ สส.เสื้อแดงเข้าสภา ในเวลาไล่เลี่ยการเสนอร่าง พ.ร.บ.ที่ตกผลึกจากการเสวนาของ เจริญ แล้วค่อยนำไปประกบหรือปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกันในชั้นตั้งคณะกรรมาธิการและการแปรญัตติของ สส.
เเต่ทั้งสองยุทธวิธีเปิดทางนิรโทษครั้งนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อ ปชป.คลอดมติพรรคไม่รับคำเชิญเข้าร่วมการถกเถียงเพื่อหาทางออกให้การนิรโทษกรรม พร้อมตั้งปราการ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” เป็นด่านกรองนักโทษ คือ ยอมให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนการใช้อำนาจประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลเท่านั้น ไม่รวมผู้กระทำความผิดทางอาญา
สอดรับกับเสียงนอกสภา “กลุ่มพันธมิตรฯ” ที่ถึงแม้จะไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมหารือในวันที่ 11 มี.ค.นี้ แต่วันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมแกนนำได้มีมติ “ไม่เห็นด้วยและคัดค้านถึงที่สุดในการออกกฎหมายใดๆ เพื่อนิรโทษกรรมหรือล้างความผิดให้ผู้ทำความผิดทางอาญา”
ไม่เท่านั้น หากมีการหารือร่วมกันแล้วพบว่ามีเปลี่ยนแปลงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมไม่เป็นไปตามข้อยุติอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้แทนกลุ่มต่างๆ แล้ว กลุ่มพันธมิตรฯ จะคัดค้านและออกมาชุมนุมนอกสภาอย่างถึงที่สุด
เสียงประสานในทิศทางเดียวกันระหว่าง ปชป.และกลุ่มพันธมิตรฯ เสมือนยิงไฟส่งสัญญาณให้พรรคเพื่อไทยและ สส.กลุ่ม นปช.รับรู้ว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมระดมสรรพกำลังในและนอกสภาอย่างถึงที่สุดเพื่อขัดขวางการนิรโทษกรรมในทุกคดีความ
คาดการณ์เเล้วระยะเวลาที่เหลือเพียง 6 สัปดาห์ก่อนปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะไม่เพียงพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้ เพราะช่องทางเสนอการร่าง พ.ร.บ.ของ สส.เสื้อเเดงเองย่อมต้องถูกคัดค้านจากเสียง สส.ของ ปชป. เเม้เข็นเข้าสภาได้สำเร็จอาจผ่านได้เพียงขั้นตอนการรับหลักการในวาระเเรกเท่านั้น
ขณะที่การเจรจาต่อรองระหว่างกลุ่มการเมืองของ เจริญ ที่ขณะนี้ ปชป.เมินเข้าร่วมนั้น มีความเป็นไปได้ยากที่จะได้ข้อสรุปตรงใจทั้งสองฝ่าย เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรฯ ยึดเงื่อนไขไม่นิรโทษผู้มีคดีความทางอาญา ขัดเเย้งกับเเนวทางของกลุ่มเสื้อเเดงที่ต้องการนิรโทษครอบคลุมทุกคดี โดยหากยอมรับข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯ ก็เท่ากับทิ้งนักโทษอีกจำนวนมากไว้ในเรือนจำ
สองเส้นทางทั้งการเสนอร่าง พ.ร.บ.เเละการเจรจานิรโทษกรรม จึงเสมือนถูกดักทางด้วยเเนวร่วมนอกในสภา ปชป.พันธมิตรฯ จนเเนวโน้มที่จะนิรโทษกรรมนักโทษการเมืองก่อนสิ้นสมัยประชุมนี้เริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ
เเละเหนือสิ่งอื่นใด คือ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเองยังคงไม่เเสดงความจริงใจในการนิรโทษกรรมประชาชน ที่สำคัญคือ ไม่กล้าเเตะเผือกร้อนโดยเฉพาะในสภาวะเพิ่งพ่ายการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่สะท้อนว่าทั้งพรรค รัฐบาล และกลุ่มคนเสื้อแดงยังมีกระเเสเเอนตี้จากคนกรุง การประชุมพิจารณาเรื่องนิรโทษกรรมที่ก่อนหน้านี้เคยยื้อเวลามาหลายครั้งจนได้ฤกษ์คุยในวันที่ 12 มี.ค. จึงหนีไม่พ้นการเป็นพิธีกรรมเพียงเพื่อสร้างข้ออ้างเพื่อตอบคำถามแนวร่วมตัวเองเท่านั้น







