posttoday
ดูดเงินใต้ดินโปะประชานิยม?

ดูดเงินใต้ดินโปะประชานิยม?

07 มีนาคม 2556

ส่องรายละเอียดความพยายามเสนอแก้กฎหมายการพนัน ให้สารพัดอบายมุขใต้ดินเป็นของถูกกฎหมาย

โดย...ทีมข่าวการเมือง

น่าสนใจไม่น้อยจากคำอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาของ “สมชาย แสวงการ” สว.สรรหา เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ถึงความพยายามในการเสนอแก้ไขกฎหมายการพนัน ให้สารพัดอบายมุขใต้ดินเป็นของถูกกฎหมายเพื่อให้รัฐมีรายได้จากการเก็บภาษีมากขึ้น เพราะกำลังถังแตกจากนโยบายประชานิยม

ในเรื่องดังกล่าวได้มีความเคลื่อนไหวจากรัฐบาลและคณะกรรมาธิการ การเงินการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ในการเสนอร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การพนัน 2.ร่าง พ.ร.บ.การให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค และ 3.ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งหมดมีจุดประสงค์เพื่อให้รัฐสามารถนำของที่อยู่ใต้ดินมาอยู่บนดินได้อย่างถูกกฎหมาย

ร่าง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มีสาระสำคัญให้หนี้การพนันที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายสามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ โดยการพนันที่ได้รับอนุญาตตามบัญชีประเภท ก. ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำหนดให้สามารถเล่นได้อย่างเปิดเผยมีทั้งสิ้น 20 ชนิด อาทิ หวยปิงปอง จับยี่กี สล็อตแมชชีน ตู้ม้า การพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล หรือกีฬาต่างๆ ไพ่ป๊อก เป็นต้น

เมื่อได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว จะต้องเสียภาษี 10% จากยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายเพื่อให้เป็นรายได้ของแผ่นดิน และอีก 2.5% ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ ที่มีการเล่นการพนันนั้น

ส่วนร่าง พ.ร.บ.เสี่ยงโชค มีหลักการกำหนดให้มีเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตในการให้รางวัลด้วยการเสี่ยงโชค จากเดิมไม่มีกฎหมายกำหนด

สำหรับร่าง พ.ร.บ.สำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล คณะทำงานยกร่างของคณะ กมธ.การเงินฯ เสนอให้สำนักงานสลากฯ มีอำนาจออกสลากรูปแบบอื่นได้นอกจากสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างเดียวในปัจจุบัน เช่น สลากตัวเลข สลากรู้ผลทันที สลากล็อตโต้ สลากกีฬา

กำหนดให้รายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 เป็นเงินรางวัล 60% ส่วนที่ 2 เป็นรายได้แผ่นดินไม่น้อยกว่า 20% ส่วนที่ 3 เป็นค่าบริหารจัดการไม่เกินกว่า 22% พร้อมกับกำหนดให้รายได้จากการจำหน่ายสลากในรูปแบบอื่นต้องกระจายเป็น 2 ส่วน คือ 1.เป็นเงินกองทุนสะสมเงินรางวัล 80% 2.เป็นค่าบริหารงานและการจำหน่ายสลาก 20%

ที่สำคัญเมื่อใดก็ตามที่กองทุนสะสมเงินรางวัลมีเกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท จะต้องจัดส่วนเกินจากจำนวนดังกล่าวให้กับการศึกษาไม่น้อยกว่า 30% สาธารณสุขไม่ต่ำกว่า 30% และไม่น้อย 10% เพื่อช่วยกิจการสังคมสงเคราะห์และสาธารณประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายทั้งสามฉบับนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าจากรัฐบาลว่าจะเสนอสภาเมื่อไหร่ ซึ่งวิปรัฐบาลประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดกระแสต่อต้าน ดังนั้นอาจเสนอสภาได้ในสมัยประชุมสภาหน้าในเดือน ส.ค.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท