
ธกส.กังวลผู้ฝากเงินชิ่งหนี
ยันรับจำนำข้าวไม่กระทบสภาพคล่อง
ยันรับจำนำข้าวไม่กระทบสภาพคล่อง
สินทรัพย์สูงกว่าแบงก์ 3 เท่า..ธ.ก.ส.วอนลูกค้าเงินฝากให้เชื่อมั่น ยันแบกภาระรับจำนำข้าวรัฐ ไม่กระทบแบงก์
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขอให้ลูกค้าเกษตรกรและผู้ฝากเงิน ธ.ก.ส. มั่นใจว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลไม่กระทบต่อสถานะของธนาคารที่มีสภาพคล่องเหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องไว้ 6% ของยอดเงินฝาก แต่ ธ.ก.ส.มีสินทรัพย์สภาพคล่องประมาณ 18% ของยอดเงินฝากกว่า 9 แสนล้านบาท สูงกว่าเกณฑ์ปกติของ ธปท.ถึง 3 เท่า
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มโครงการรับจำนำข้าว ธ.ก.ส.ได้หารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในการสนับสนุนจัดหาเงินทุนให้ทั้งสิ้น 4.1 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลค้ำประกันทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น ส่วน ธ.ก.ส.ใช้สภาพคล่องดำเนินการเพียง 9 หมื่นล้านบาทเท่านั้น จึงไม่กระทบต่อการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. นอกจากนี้ ยังได้แยกบัญชีการดำเนินงานปกติและตามนโยบายรัฐออกจากกันอีกด้วย
การรับจำนำข้าวนาปี ปีการผลิต 2555/2556 ที่จะใกล้สิ้นสุดโครงการนั้น คาดว่าจะใช้เงิน 1.97 แสนล้านบาท โดย ธ.ก.ส.ได้วงเงินจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1.5 แสนล้านบาท และเงินระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ที่ส่งคืนมาแล้ว 6 หมื่นล้านบาท เชื่อว่าจะมีความเพียงพอต่อการดำเนินงานดังกล่าว
ขณะที่โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 2555/2556 รอบใหม่ ธ.ก.ส. ได้หารือกับกระทรวงการคลัง พาณิชย์ และเกษตรฯ แล้ว ประเมินว่าจะใช้เงินเพียง 1 แสนล้านบาท จากเดิม 1.65 แสนล้านบาท เนื่องจากหลายพื้นที่เกิดภัยแล้ง ทำให้ผลิตข้าวลดลงเหลือ 78 ล้านตัน จากเดิม 11 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะต้องส่งรายงานผลการระบายข้าวประจำเดือน โดยคาดว่าตั้งแต่เดือน ม.ค.ธ.ค. 2556 กระทรวงพาณิชย์จะระบายข้าวได้ 1.8 แสนล้านบาท
“แต่ยอมรับว่าการส่งเงินคืนอาจจะมีความคลาดเคลื่อนบ้างในบางเดือน ดังนั้น ธ.ก.ส.อาจต้องใช้เงินสำรองเข้าไปรับจำนำ แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาต่อธนาคาร” นายลักษณ์ กล่าว
นายลักษณ์กล่าวถึงการออกบัตรสินเชื่อเกษตรกรหรือบัตรเครดิตชาวนา ว่า ธ.ก.ส.อนุมัติแล้วกว่า 2.1 ล้านใบ โดยทำการออกบัตรให้เกษตรกรเกือบ 1 ล้านราย จากนี้จะทยอยออกบัตรที่เหลืออีก 1 ล้านใบให้เกษตรกร และตั้งเป้าขยายบัตรสินเชื่อเป็น 4 ล้านใบภายในปีนี้ จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 2 ล้านใบ เนื่องจากเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก โดยจะขยายไปยังเกษตรกรที่ปลูกพืช ผัก ผลไม้อื่นๆ นอกเหนือจากข้าวและยางพารา
สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรสินเชื่อเกษตรกร ล่าสุดมีการใช้แล้วกว่า 2,600 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ซื้อปุ๋ย 2,200 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการซื้อยาฆ่าแมลง เมล็ดพันธุ์ และน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 4,000 แห่ง และจะขยายให้ครบ 1 หมื่นแห่ง ในปี 2557







