
ดีเอสไอจ่อแจ้งข้อหาคดีสร้างโรงพักเพิ่มเติม
ดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อหาพีซีซีกับผู้รับเหมาเช่าช่วง20รายเพิ่มเติมฐานร่วมกันฮั้วฉ้อโกงสร้างโรงพักทดแทน
ดีเอสไอเตรียมแจ้งข้อหาพีซีซีกับผู้รับเหมาเช่าช่วง20รายเพิ่มเติมฐานร่วมกันฮั้วฉ้อโกงสร้างโรงพักทดแทน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงว่า จากการสืบสวนสอบสวน กรณี ทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ (ทดแทน) หรือ โรงพัก ของ สตช. จำนวน 396 แห่ง ปรากฏว่า ในขั้นตอนการแข่งขันการเสนอราคาเริ่มต้น 6,388,000 ล้านบาท ในจำนวน 5บริษัท บริษัท พีซีซีฯ ได้เสนอราคาต่ำมากกว่าปกติ โดยเสนอราคาสุดท้าย 5,848,000 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางกว่าถึง 540 ล้านบาท เห็นได้ชัดว่าเป็นการผิดปกติวิสัยในการเสนอราคาที่ปกติ และเป็นผู้ได้เข้าทำสัญญากับ สตช.
แต่หลังจากทำสัญญากลับนำงานก่อสร้างโรงพักไปจ้างช่วงผู้รับเหมารายย่อยอีกต่อหนึ่งจำนวนมากโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก สตช. ประการสำคัญคือ มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า บริษัท พีซีซีฯ รู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถทำงานตามสัญญาได้มาตั้งแต่ต้น แต่ยังเข้าร่วมการแข่งขันราคาโดยทุจริต โดยมีวัตถุประสงค์เป็นการกีดกันการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และการกระทำดังกล่าว เป็นเหตุให้ไม่สามารถก่อสร้างโรงพักให้แล้วเสร็จตามสัญญา ภายใน 450วันได้ แม้ว่า สตช. จะขยายเวลามาอีก 2-3 ครั้ง แล้วก็ตาม จนเกิดความเสียหายต่อทางราชการ
ตามพฤติการณ์มีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามสมควรว่า บริษัท พีซีซีฯ น่าจะได้กระทำผิดตามพ.ร.บ.ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 8 คดีนี้เป็นคดีความผิดที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับความผิดฐานฮั้วประมูล และฐานฉ้อโกง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่บริษัทพีซีซี ,นายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล และนายวิศณุ วิเศษสิงห์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้กระทำการดังกล่าวแทนบริษัทฯ ในวันที่ 7 มี.ค.2556 เวลา 09.30น.พร้อมกับข้อหาฉ้อโกงผู้รับเหมาช่วงอีก 20 ราย







