
โลกมองไทย
บลูมเบิร์กเผยรายงานอ้างองค์การธัญพืชระหว่างประเทศ ซึ่งระบุว่า ปริมาณข้าวทั่วโลกจะพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ 1.2% ที่ระดับ 427 ล้านตันในปีนี้ นับเป็นผลพวงจากการที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกสามารถผลิตข้าวได้มากขึ้น ประกอบกับนโยบายรับจำนำข้าวของไทยที่ส่อดันปริมาณข้าวในคลังพุ่งแตะระดับ 18.2 ล้านตัน
บลูมเบิร์กเผยรายงานอ้างองค์การธัญพืชระหว่างประเทศ ซึ่งระบุว่า ปริมาณข้าวทั่วโลกจะพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ 1.2% ที่ระดับ 427 ล้านตันในปีนี้ นับเป็นผลพวงจากการที่ผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลกสามารถผลิตข้าวได้มากขึ้น ประกอบกับนโยบายรับจำนำข้าวของไทยที่ส่อดันปริมาณข้าวในคลังพุ่งแตะระดับ 18.2 ล้านตัน
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ซึ่งมองว่าปริมาณข้าวทั่วโลกกำลังพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการกว้านซื้อข้าวจากชาวนาของรัฐบาลบางประเทศ โดยเฉพาะไทยและจีน ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้มีการปลูกเพิ่มขึ้น
“การผลิตข้าวปีนี้อาจแซงตัวเลขเมื่อปี 2555 รวมทั้งอาจพุ่งสูงกว่าปริมาณการบริโภคทั่วโลก” คอนเซปซัน คาล์ฟ เลขาธิการกลุ่มข้าวระหว่างประเทศของเอฟเอโอ เผย
ด้าน ฌาค ลูเยนดิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สวิส อกริ เทรดดิง บริษัทค้าข้าวชื่อดัง เตือนว่า แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกส่อดิ่งลงในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ขณะที่ข้อมูลจากสหประชาชาติ พบว่า ราคาข้าวเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 20% ของปริมาณข้าวทั่วโลก ดิ่งลง 9.4% เฉลี่ยที่ 404 เหรียญสหรัฐ (ราว 12,120 บาท) ต่อตัน เมื่อปี 2555
วันเดียวกัน เว็บไซต์แคนเบอร์ราไทมส์ในออสเตรเลียเผยรายงานอ้าง ฯพณฯ เจมส์ โจเซฟ ไวส์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ออกโรงเรียกร้องให้นักลงทุนแดนจิงโจ้หันมาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ไทยเตรียมลงทุนมหาศาลกับโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ
“นักลงทุนออสเตรเลียมักไม่กล้าลงทุนในไทย รวมทั้งมักประเมินบทบาทของไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ของภูมิภาคต่ำไป โดยจะมองไทยว่าเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น” ไวส์ กล่าว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นภายหลัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมของไทย เปิดเผยว่า ไทยยินดีหากนักลงทุนสนใจเข้าลงทุนในโครงการต่างๆ ทว่าปัจจุบันนั้นกลับไม่มีนักลงทุนออสเตรเลียแสดงความสนใจเลย
“ประเทศออสเตรเลียขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่เชี่ยวชาญด้านการรถไฟมากที่สุดในโลก แต่หากคุณสนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย คุณก็ต้องเข้ามาตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่เราจะได้ศึกษาจุดแกร่งของคุณและในทางกลับกัน นักลงทุนออสเตรเลียจะได้ทราบปัญหาของไทย อย่างเช่น กรณีของเอกชนญี่ปุ่นและจีนที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้กับรัฐบาล” รมว.คมนาคม กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้เชิญชวนให้ผู้เชี่ยวชาญการบินของแดนจิงโจ้ตั้งศูนย์ฝึกนักบินในไทยเพื่อรองรับการขยายตัวการท่องเที่ยวของไทย







