
นปช.ยังไม่พ้นคดีก่อการร้าย
อธิบดีศาลอาญายันคำสั่งแพ่งไม่ผูกพันปชป.ไม่ร่วมโต๊ะถก กม.นิรโทษกรรม
อธิบดีศาลอาญายันคำสั่งแพ่งไม่ผูกพันปชป.ไม่ร่วมโต๊ะถก กม.นิรโทษกรรม
อธิบดีศาลอาญายันคำพิพากษาศาลแพ่ง ไม่มีผลผูกพันคดี 24 นปช.ก่อการร้าย
นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผยว่า คำพิพากษาศาลแพ่งที่ได้ชี้พฤติการณ์การเกิดเหตุในวันที่ 19 พ.ค. 2553 ช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่าไม่ใช่เป็นการก่อการร้าย แต่เป็นเหตุจลาจลนั้น ไม่มีผลผูกพันต่อคดีที่มีการยื่นฟ้องคดีอาญากับแกนนำ นปช. 24 คน ในศาลอาญา ฐานร่วมกันก่อการร้าย
ทั้งนี้ เนื่องจากคดีที่มีการฟ้องแพ่งกันนั้น เป็นเรื่องเอกชนฟ้องเอกชนเกี่ยวกับการประกันภัย ซึ่งเป็นคนละคนกับจำเลยคดีที่เป็นคดีอาญา ซึ่งโจทก์ที่ฟ้องคือพนักงานอัยการที่มีการรวบรวมพยานหลักฐาน และบรรยายพฤติการณ์การกระทำของกลุ่มจำเลยไว้โดยละเอียดในแต่ละช่วงเหตุการณ์ในปี 2553 ที่ไม่ใช่ช่วงเฉพาะในวันที่ 19 พ.ค. 2553
อย่างไรก็ตาม การกระทำของจำเลยในคดีอาญาจะเป็นความผิดหรือไม่ ศาลจะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจเอง แต่หากจะนำคำวินิจฉัยส่วนหนึ่งของคดีแพ่งมาสนับสนุนความเห็นของจำเลยเองว่าไม่ได้กระทำผิดฐานก่อการร้ายเพื่อมาต่อสู้ในคดีอาญา ก็ถือเป็นสิทธิ แต่ยืนยันว่าคำพิพากษาศาลแพ่งไม่มีผลผูกพันให้ศาลอาญาจะต้องรับฟังทั้งหมด โดยศาลอาญาจะต้องวินิจฉัยตามพยานหลักฐานในสำนวนเท่านั้น
วันเดียวกัน ศาลแพ่งสั่งให้บริษัทเทเวศประกันภัย จ่ายเงินให้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา 1,977,305,182.59 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี กรณีเกิดเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซน ย่านราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 เนื่องจากฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำการก่อการร้าย
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนาย นปช. กล่าวว่า จะนำคำวินิจฉัยของศาลแพ่งไปใช้เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีก่อการร้ายที่มีการยื่นฟ้อง 24 แกนนำ นปช. ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบพยาน และเชื่อว่าจะเกิดผลดีในการพิจารณาคดี เนื่องจากได้เคยคัดค้านตั้งแต่ขั้นตอนยื่นฟ้องว่า การแจ้งข้อหาก่อการร้ายนั้นรุนแรงเกินจริงและขัดกับหลักการสากล
ขณะที่ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมืองนั้น ล่าสุด นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติไม่เข้าร่วมการหารือเกี่ยวกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดหมาย เนื่องจากพรรคมีจุดยืนชัดเจนแล้วว่าจะจำกัดขอบเขตการนิรโทษกรรมให้เฉพาะผู้ที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่านั้น
นอกจากนี้ ขอให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.ล้างผิดทั้ง 4 ฉบับนี้ออกจากสภาก่อน และยังเห็นว่ากลุ่มต่างๆ ที่นายเจริญ เชิญมาร่วมพูดคุยหารือในครั้งนี้ ยังไม่ครบถ้วน เพราะยังมีผู้เสียหายไม่ได้ถูกเชิญมา เป็นเพียงกลุ่มที่มีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้น จนทำให้เห็นว่าการพูดคุยในครั้งนี้ไม่น่าจะนำไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ส่งตัวแทนเข้าหารือในครั้งนี้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุม สส.พรรค วันที่ 12 มี.ค. จะมีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันถึงแนวทางการนิรโทษกรรม







