
ติดบุหรี่ป่วยตายแบกรายจ่ายอื้อ
ผลวิจัยพบรัฐ-ผู้ป่วยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการรักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่ถึง 5 หมื่นล้านบาทต่อปี พบเกือบครึ่งป่วยจากการสูบยาเส้น
ผลวิจัยพบรัฐ-ผู้ป่วยต้องแบกรับค่าใช้จ่ายจากการรักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่ถึง 5 หมื่นล้านบาทต่อปี พบเกือบครึ่งป่วยจากการสูบยาเส้น
นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า ประเทศไทยมีคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ในปี พ.ศ.2547 45,136 คน และในปี พ.ศ.2552 50,710 คน ซึ่งเซอร์ริชาร์ด ปีโต แห่งมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด เคยประมาณการณ์ว่า จำนวนคนไทยที่เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่จะเพิ่มขึ้นเป็น 8 หมื่นคนต่อปี ตามแนวโน้มจำนวนผู้สูบบุหรี่ที่มีอยู่และประชากรที่สูบบุหรี่ของไทยมีอายุเพิ่มขึ้น
ด้าน ทพญ.กนิษฐา บุญธรรมเจริญ หัวหน้าแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดัชนีประเมินภาระโรคและสุขภาพประชากรไทย เปิดเผยข้อมูล จากการศึกษาภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดัชนีประเมินภาระโรคและสุขภาพประชากรไทย ซึ่งมีการประมาณการว่าประเทศไทยสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์จากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ในปี พ.ศ.2552 เป็นเงิน 52.2 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 0.5 % ของจีดีพี
ในจำนวนนี้คิดเป็นค่าใช้จ่ายโดยตรงทางการแพทย์ 10,137 ล้านบาท หรือประมาณ 20 % ค่าใช้จ่ายโดยอ้อมทางการแพทย์ 1,063 ล้านบาท หรือประมาณ 2 % นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยต้องขาดงานทำให้เกิดการสูญเสียผลิตภาพ 370 ล้านบาท (0.7%) ผู้ดูแลผู้ป่วยขาดงานทำให้สูญเสียผลิตภาพอีก 147 ล้านบาท (0.3%) การสูญเสียผลิตภาพจากการตายก่อนวัยอันควร 40,464 ล้านบาท (77%)
ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจนี้คิดเป็น 13% ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั้งหมด และเมื่อคำนวณปีสุขภาวะที่สูญเสียจากการสูบบุหรี่ พบว่า ผู้สูบบุหรี่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเฉลี่ย 12 ปี การสูบบุหรี่ทำให้คนไทยสูญเสียปีสุขภาวะจากการตายก่อนวัยอันควร 628,061 ปี และสูญเสียปีสุขภาวะจากการป่วยและความพิการ 127,148 ปี ซึ่งข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงภาระที่ผู้ป่วยและรัฐบาลต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดจนความสูญเสียจากโรคอันเนื่องมาจากการสูบบุหรี่และสัมผัสควันบุหรี่
ด้าน ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสูญเสียทางเศรษฐศาสตร์จากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ 5 หมื่นล้านบาท นั้นเกิดจากการเจ็บป่วยของทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ซิกาแรต และบุหรี่มวนเอง โดยสัดส่วนของผู้สูบบุหรี่มวนเองมีมากถึงร้อยละ 46.5 ของผู้สูบบุหรี่ทั้งหมด ซึ่งรัฐเก็บภาษีจากบุหรี่มวนเองน้อยมากในขณะที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่
ที่สำคัญคือบุหรี่มวนเองที่ทำจากยาสูบพันธุ์พื้นเมืองได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ดังนั้นรัฐบาลควรนำยาสูบพันธ์พื้นเมืองเข้าสู่ระบบภาษีอย่างเร่งด่วน โดยให้ผู้ประกอบการยาเส้นเป็นผู้เสียภาษี ไม่ให้เป็นภาระกับเกษตรกร ซึ่งทำได้โดยการแก้ไข พรบ.ยาสูบ พ.ศ.2509 ด้วยการออกพระราชกำหนด







