
ไฟเขียวไทย-มะกันร่วมวิจัยวิทย์ยันไม่เกี่ยวมั่นคง
ครม.สบช่องไฟเขียวเอ็มโอยู ไทย –สหรัฐร่วมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ยันไม่เปิดเผยข้อมูลลับทางธุรกิจ อ้างไม่แลกข้อมูลความมั่นคงชาติ
ครม.สบช่องไฟเขียวเอ็มโอยู ไทย –สหรัฐร่วมวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ยันไม่เปิดเผยข้อมูลลับทางธุรกิจ อ้างไม่แลกข้อมูลความมั่นคงชาติ
การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีติดภารกิจราชการต่างประเทศ ได้มอบหมายให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมครม. ปรากฎว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) โดย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ได้เสนอเสนอร่างความตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และวิชาการระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าที่ประชุมเป็นวาระพิจารณา และครม.ให้ความเห็นชอบ
นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สาระสำคัญของร่างความตกลง เป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสองในด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีในสาขาที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อวัตถุประสงค์ในทางสันติเพื่อให้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความเห็น ข้อมูล ทักษะและเทคนิค
ทั้งนี้คู่ภาคีจะสนับสนุนให้มีการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจและสังคมและการพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ ความตกลงฉบับนี้อาจรวมถึงโครงการวิจัยและพัฒนาร่วม คณะทำงานร่วม การศึกษาร่วม ฯลฯ
"คู่ภาคีจะสนับสนุนการเข้าร่วมในกิจกรรมความร่วมมือของนักวิจัยและองค์กรจากทุกภาคส่วน รวมถึงมหาวิทยาลัย ห้องปฏิบัติการทดลองแห่งชาติและภาคเอกชน"นายภักดีหาญส์ กล่าว
รองโฆษกฯ กล่าวว่า ตามร่างข้อตกลง ยังระบุว่า . กิจกรรมภายใต้ความตกลงฉบับนี้จะจัดทำโดยเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่ใช้อยู่ของภาคีต่ละฝ่าย และขึ้นอยู่กับเงินทุนและบุคลากรที่มีอยู่เว้นแต่จะได้ระบุในข้อตกลงเป็นอย่างอื่น
การปกป้องและการจัดสรรสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาและการปฏิบัติต่อข้อมูลลับทางธุรกิจจะอยู่ภายใต้ข้อบังคับของภาคผนวก 1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความตกลงฉบับนี้
ภาคผนวก 1 มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความแน่ใจว่ามีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้ความตกลงฉบับนี้ และข้อตกลงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอและมีประสิทธิผล โดยสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญานั้นจะได้รับการจัดสรรตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก ซึ่งภาคผนวกจะใช้ได้กับกิจกรรมความร่วมมือที่ดำเนินการตามความตกลงฉบับนี้ เว้นแต่คู่ภาคีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจะตกลงกันเป็นอย่างอื่นเป็นการเฉพาะ
นอกจากนี้พันธกรณีด้านการรักษาความปลอดภัยต่างตอบแทนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหรืออุปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวและที่เปิดเผยได้และถูกควบคุมการส่งออก ที่ได้ถ่ายทอดภายใต้ความตกลงฉบับนี้จะอยู่ภายใต้บังคับของภาคผนวก 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของความตกลงฉบับนี้ โดยภาคผนวก 2 มีสาระสำคัญเกี่ยวกับพันธกรณีด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งคู่ภาคีจะไม่มีการให้ข้อมูลหรืออุปกรณ์ที่ต้องการการปกป้องเพื่อประโยชน์ของความมั่นคงแห่งชาติ การป้องกันประเทศหรือความสัมพันธ์ต่างประเทศ และที่เปิดเผยไม่ได้โดยเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือคำสั่งภายในประเทศที่ใช้อยู่
ในกรณีที่ระหว่างการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือตามความตกลงฉบับนี้ ภาคีได้พบข้อมูลหรืออุปกรณ์ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่า หรือเชื่อว่าจะต้องได้รับการปกป้องจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของภาคีอีกฝ่ายหนึ่งทราบถึงข้อมูลหรืออุปกรณ์นั้นโดยทันที คู่ภาคีจะหารือเพื่อระบุและดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับข้อมูลและอุปกรณ์นั้น ฯลฯ
ทั้งนี้ความตกลงจะมีผลบังคับใช้เมื่อลงนามและจะยังมีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา 5 ปี และอาจต่ออายุเป็นระยะเวลาอีกคราวละ 5 ปี และอาจมีการแก้ไขเมื่อใดก็ได้ โดยการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรของคู่ภาคี ทั้งนี้คู่ภาคีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกความตกลงเมื่อใดก็ได้เมื่อแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้ภาคีอีกฝ่ายหนึ่งทราบ







