posttoday
มั่นคงทางพลังงาน

มั่นคงทางพลังงาน

05 มีนาคม 2556

ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้รับเลือกตั้ง ก็ต้องขอฝากให้ช่วยพัฒนา ปรับปรุง กรุงเทพมหานครให้พร้อมเป็นเมืองศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต

ขอแสดงความยินดีกับท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ได้รับเลือกตั้ง ก็ต้องขอฝากให้ช่วยพัฒนา ปรับปรุง กรุงเทพมหานครให้พร้อมเป็นเมืองศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคต

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้กล่าวถึงความมั่นคงทางพลังงานของไทยที่เป็นปัญหาต้องเร่งแก้ไข และเป็นหนึ่งในหลายปัญหาทางด้านพลังงานของไทย การที่ผู้เขียนได้เคยมีโอกาสเข้าไปบริหารกระทรวงพลังงาน ทำให้ได้รับข้อมูลเป็นจำนวนมาก และพบว่าหากประเทศไทยจะพัฒนาต่อไปให้ก้าวหน้า จะต้องมีแนวทางการแก้ไขปัญหาพลังงานอย่างถูกต้องแบบบูรณาการ มิเช่นนั้นแล้วปัญหาพลังงานจะเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ที่จะถ่วงการพัฒนาประเทศไทยในอนาคตได้ สิ่งที่ผู้เขียนได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปรับราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุน การยกเลิกเบนซิน 91 เพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทน การเดินท่อส่งน้ำมันเพื่อประหยัดการขนส่งทางรถบรรทุก การทำแผนแม่บทพลังงานในภาพรวม การส่งเสริมให้มีโรงไฟฟ้าในประเทศ การเริ่มเจรจาก๊าซในพื้นที่ทับซ้อน การทำแลนด์บริดจ์ หรือเอนเนอร์จีบริดจ์เชื่อมต่อสองฝั่งมหาสมุทรในภาคใต้ของไทย จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาค การเชื่อมต่อทางไฟฟ้าและท่อก๊าซของกลุ่มประเทศอาเซียน การเริ่มให้สัมปทานสำรวจและขุดก๊าซในพื้นที่อ่าวไทยเพิ่มเติม การส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมโดยการเปลี่ยนอุปกรณ์ให้กับหน่วยราชการ ฯลฯ อาจจะเป็นที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจคนหลายกลุ่ม แต่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องดำเนินการ หากต้องการพัฒนาประเทศนี้ และต้องขอขอบคุณท่าน รมว.พลังงานทั้งสองท่านที่ได้พิจารณาดำเนินตามนโยบายต่อ เพราะจะทำใหไทยแก้ปัญหาและพัฒนาได้ทางด้านพลังงาน

ในอดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้พลังงานกันอย่างฟุ่มเฟือย สัดส่วนของการใช้พลังงานมีถึง 1718% ของรายได้ประชาชาติ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่พัฒนาแล้วสัดส่วนมีเพียง 812% เท่านั้น ประเทศไทยมีการนำเข้าพลังงานปีหนึ่งกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งหมายความว่า เราขายพืชผลทางการเกษตรทั้งหมดยังไม่เพียงพอกับมูลค่าการนำเข้าพลังงานของประเทศ การนำเข้าส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ปัญหาหลักไทยมีการใช้พลังงานกันอย่างสิ้นเปลือง ก็เนื่องจากระบบขนส่งที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นระบบรถไฟที่ใช้ขนส่งสินค้า หรือระบบราง ที่ใช้ขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาพลังงานจะต้องปรับปรุงระบบคมนาคมไปพร้อมๆ กัน

ปัญหาทางพลังงานของไทยมีหลายประเด็น ซึ่งคงต้องใช้การอธิบายมาก ดังนั้นวันนี้จึงขอพูดถึงปัญหาของการผลิตไฟฟ้าที่เป็นที่พูดถึงกันมากในขณะนี้

ประเทศไทยใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าถึง 70% ของการผลิตทั้งหมด ซึ่งเป็นการพึ่งพาเชื้อเพลิงประเภทเดียวมากเกินไป สาเหตุหลักก็เพราะไทยสามารถสำรวจและขุดก๊าซธรรมชาติได้จากบริเวณอ่าวไทย และยังสามารถซื้อก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมาร์ โดยมีสัดส่วนการนำเข้าก๊าซจากเมียนมาร์ประมาณ 20% ของการใช้ก๊าซทั้งหมดในประเทศ

ก๊าซที่ขุดได้ในอ่าวไทยจะมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เป็นก๊าซเปียก (Wet Gas) ที่สามารถนำไปเข้าโรงแยกก๊าซที่ไทยมีอยู่แล้ว 6 โรง แยกส่วนผสมของก๊าซเพื่อนำไปทำปิโตรเคมีคัลออกมาก่อนนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าหรือเติมรถยนต์ และการที่ประเทศไทยมีธุรกิจปิโตรเคมีที่ใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลกได้ ก็เพราะได้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่เป็นก๊าซเปียกแล้วนำไปแยกเป็นวัตถุดิบหลัก ส่วนก๊าซจากประเทศเมียนมาร์เป็นก๊าซแห้ง (Dry Gas) ที่ไม่มีส่วนผสมที่จะนำไปทำปิโตรเคมีได้ จึงได้แต่นำไปใช้ผลิตไฟฟ้าเท่านั้น

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ รายงานว่า ก๊าซธรรมชาติในบริเวณอ่าวไทยจะหมดลงใน 1015 ปีนี้ ซึ่งปริมาณที่ขุดได้มากที่สุดจะอยู่ในช่วง 23 ปีนี้ แล้วปริมาณจะลดลงไปเรื่อยๆ ในปีถัดๆ ไป หากวันใดปริมาณก๊าซหมด เราก็จะต้องซื้อก๊าซ LNG จากตลาดโลกมาใช้แทน ซึ่งก๊าซ LNG นี้มีราคาสูงกว่าก๊าซที่เราขุดได้ในอ่าวไทย 23 เท่า ซึ่งจะทำให้ราคาไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับประชาชนและหน่วยธุรกิจอย่างมาก

การที่ประเทศเมียนมาร์ปิดซ่อมท่อก๊าซเป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้ประเทศไทยได้คิดว่า ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องกระจายการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงประเภทอื่น ทางเลือกในการใช้พลังงานเพื่อผลิตไฟฟ้าก็มีไม่มาก โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก็คงยังไม่ถึงเวลา ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้วการต้องสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยาก เพราะประเทศไทยกำลังเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมากและมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่นี้มีความปลอดภัยสูงมาก ประเทศเพื่อนบ้านแทบทุกประเทศได้เดินหน้าในการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์กันแล้ว และหากมีปัญหาก็ต้องกระทบประเทศไทยอยู่ดี ทางออกที่ดีที่สุดในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ที่พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นผลเสียต่อสภาวะแวดล้อมเลย และประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศเยอรมนี ได้สร้างและใช้มานานแล้ว สื่อมวลชนไทยก็ได้ถูกเชิญไปดูหลายหน

ดังนั้น จึงอยากให้มีการพิจารณากันอย่างจริงจังในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท